Kujah's profileKujah's LeaguePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 27

    Pizza and Coffee

    แบบว่าเมื่อวานยังเล่าไม่จบ ต้องมีภาพประกอบด้วย ว่าวันอาทิตย์ไปกินกาแฟชักกะเย่อที่เซ็นทรัลพระรามสองมาด้วยหล่ะ
    จริงๆนี่เห็นเป็นครั้งที่สองแล้ว แต่ว่าพึ่งจะได้ลองถ่ายรูปดู จะถ่ายรูปแบบตั้งใจก็ไม่กล้ากลัวเค้าหาว่าละเมิดลิขสิทธิ์ ฮ่าๆ..
    ว่าแต่ร้านนี้ขายโรตีแบบที่เคยกินที่บอร์นมัธด้วยนะ ตอนนั้นเพื่อนคนอินเดียทำให้กิน อร่อยมากๆเลยแหละ

    ส่วนกาแฟชักกะเย่อก็คือยกโถกาแฟขึ้นไปสูงๆแล้วเทลงมาคล้ายๆการชงชาอัสสัม แบบอินเดีย อ่ะ.. เคยเห็นในการ์ตูน ถ้วยน้ำชากับเทวดาตัวจิ๋ว หรือ Koucha Ouji ว่าแล้วก็คิดถึงการ์ตูนเรื่องนี้นิดๆแฮะ.. เมื่อก่อนชอบมั่กๆเลย

    img243/9886/chakkayue2gz0.jpg

    img208/5030/chakkayue1ft3.jpg
    กาแฟชักกะเย่อ

    เมื่อวานหลังเลิกงานจริงๆมีติวเลข แต่ว่าเลื่อนเป็นพรุ่งนี้ก็เลยไปดูหนังที่เซ็นทรัลพระรามสามแทน ในที่สุดก็ได้ดูซักที เห็นพรีวิวมาหลายรอบแล้วอยากดูมากๆ Music and Lyrics ฮิวจ์น่ารักจริงๆ ชอบสุดๆ XD เพลงก็น่ารักมากๆเลยอ่ะ.. ดูแล้วหัวใจพองโต หัวเราะได้ทั้งเรื่อง อืม แต่ว่าถ้าหากเทียบกับหนังเก่าๆ เราก็ยังชอบหนังเรื่องอื่นๆอยู่นา.. อยากดูหนังที่จับหัวใจให้ซึ้งขนาดน้ำตาไหล อย่างเช่น Shall We Dance จังเรยน้า หรือว่าเดี๋ยวนี้ไร้ความรู้สึกหว่า..เหอๆ

    วันนี้มาทำงานตามปกติแต่ว่างานไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ ตอนกลางวันเลยแอบออกไปกินข้าวข้างนอกมาล่ะ อาหารอิตาเลียนใกล้ๆออฟฟิศ Scoozi พาสต้า สปาเก็ตตี้เค้าอร่อยมากๆ แต่ว่าพิซซ่าเฉยๆแฮะ หรือว่าเพราะเราอิ่มแล้วดันสั่งไปเพิ่มอีกก็ไม่รู้ แต่ยังไงก็ถ่ายรูปพิซซ่ามาอวดล่ะนะ หน้าคาโบนาร่าอ่ะ จืดๆชีสๆ

    img243/8237/pizzascoozizk6.jpg
    Cabonara Pizza


    เย็นนี้ก็มีเรียนเลขละ อยากมีเวลาเยอะๆนั่งทำแต่เลขได้ทั้งวันจะได้เข้าใจได้เร็วๆจังน้า... แก่ขนาดนี้ยังมานั่งเรียนเลข ม. ปลาย ก็แปลกประหลาดกว่าชาวบ้านละนะเนี่ย อิอิ
    * *

    Yesterday my entry wasn't so complete yet since I haven't mentioned Chakayue Coffee Shop at Central Rama II Food center.. >< In fact it was my second time seeing it, but it was the first time I took up all my courage to take photo with my cell phone. This shop also sell Rosti, similar to the one I had when I was in Bournemouth and a friend cooked for me.
    Chakayue Coffee is in fact normal Coffee brewed process, but the coffeemaker just pour the mixed coffee into the mixing cup from a very high place.. and back and fourth so it's kinda fun to watch and the bubble is produced in the cup... This coffee making process is similar to Indian's Assam tea, speaking of it, I kinda think of the old comic that I used to crazy about "Koucha Ouji"... hmm... I miss it ...
    In fact I had Math class yesterday after work, but my tutor told me to postpone it to Tuesday so I went to see the movie instead. "Music and Lyrics" what a cute, comedy movie that make me smile both during and after the show.. :) I need this kind of movie and I just love it. However, when comparing to the movie in the past, I still like the others better.. I just wanna watch a movie that can catch my feeling, make me cry of impression.. like "Shall We Dance"... would there be one around soon? Or maybe it's because of me myself who had lost it
    Today I came to work as usual and the work wasn't too busy so I and Kae san had a chance to slip out during lunch. We went to Italian restaurant nearby our office "Scoozi", we just loved the spaghetti and pasta here.. and this time we ended up order additional plate of pizza too, but I dunno because I was too full or what, the pizza didn't taste very nice.. anyway, I got the photo here too.. Topping is cabonara, very mild and cheezy taste

    This evening I have a math class, postponed from yesterday. I just wanna sit and do the math exercise all day so I can master it in no time.. >< but it's weird enough to study High school math at this age, haha..
     

    February 26

    Weekend

    เดี๋ยวนี้อัพไดทุกวันจนชินซะแล้ว พอไม่ได้อัพหลายๆวันแล้วรู้สึกเรื่องเล่าชักเยอะ
    วันศุกร์...ตอนเช้าไม่สบาย แบบว่าปวดท้อง เพลียมั่กมายเลยโทรมาลางาน ตอนแรกตั้งใจว่าจะลาทั้งวัน แต่ว่าตอนเที่ยงๆก็รู้สึกดึขึ้นละ เลยว่าจะเข้าออฟฟิศ แต่นายก็บอกว่าไม่เปนไรให้พักผ่อน จริงๆอิชั้นก้อไม่ได้พักผ่อนเท่าไหร่หรอก ตะลอนไปตึกเสริมมิตร JASSO และก็ไปที่สถาบันภาษาและวัฒนธรรมวาเซดะ ด้วยเรื่องที่จะไปต่อเอก.. สรุปก็ข้อมูลเดิมๆ คำแนะนำเดิมๆ..
    "ก็ต้องติดต่อเองน่ะค่ะ ที่คุณทำน่ะถูกแล้ว" หรือไม่ก็ "ผมไม่เห็นว่าคุณจะมีปัญหาอะไรเลยนี่ขรับ (คนญี่ปุ่นหัวใจไทย) ลองพยายามติดต่อดูนะขรับ"... กรำ... สงสัยคงต้องรอให้เค้าเปิดรับสมัครแล้วรีบส่งใบสมัคร ตอนนี้ก็ได้แต่เตรียมเอกสารจริงๆนะเนี่ย ใจพร้อมจาไปแล้วนะ
    ตอนบ่ายๆก็ไปซอยละลายทรัพย์กะมะม้า ซื้อชุดมากมาย ผู้หญิงนี่จิตใจเปลี่ยนได้เพราะการช้อปปิ้งจิงๆน้อ.. พอช้อปเสร็จก้อไปหาอาม่าที่บ้าน นั่งเล่นนิดหน่อยแล้วก็ไปกินหอยทอดกันที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอ่ะ วันนี้ก้อกลับไปนอนที่รีเจ้นท์ (บ้านที่พระรามสอง)
    วันเสาร์...นอนอืดทั้งวัน..พอบ่ายๆก็ค่อยไปช้อปปิ้ง (อีกแระ) ที่ดิ โอลด์ สยาม.. ซื้อของกินนิดหน่อย เดินดูของนิดหน่อย ไม่ค่อยได้อะไร แต่ก็สนุกดี ไปดูหมอมานิดส์นึงด้วย.. เค้าก้อแนะนำดีนะ ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเองทั้งนั้นแหละคุณ จิงคร่ะ หุหุ.. แต่ก้อขอให้เรียนจบเอกได้สมความตั้งใจจริงๆนะ ส่วนเรื่องความรัก..เหอๆ ยังเด็กไปมั้งนะเรา
    วันอาทิตย์..ก็นอนอืดเหมือนกัน แหะๆ นานๆทีจะได้พักผ่อนสบายๆ ตอนเย็นๆก็ค่อยไปช้อปที่เซ็นทรัลพระรามสอง และก็ซื้อข้าวเหนียวส้มตำมาจกกันที่บ่อปลาคาร์พ (จริงๆมันน่าจะมีชื่อเรียกที่น่ารักกว่านี้นะเนี่ย) ก็หมดและสุดสัปดาห์ของเรา...
     
    Recently I've been updating diary quite often.. and it's been 3 days now since my last update, I guess I need to say a lot of thing but I forgot now
    Friday - In the morning I felt a bit sick so I called a day off at work.. but then around noon I got better so I phoned my boss again about coming in and help but he said fine.. so I instead of resting at home, I went to collect information at JASSO and Waseda Language and Culture Institute in Thailand.. but all they can say was the thing that I already done, and am doing.. so I guess right now I can just wait for the application period and prepare all the documents ready by that time. I can go now in fact...
    In the afternoon, I went to shopping with my mom at Soi Lalaisap... done a lot of shopping, girls mood can change because of shopping good stuffs.. haha then we went to visit our grandma and take her to dinner (fried mixed oysters) by Chao Praya River. Today I stay at Regent (Rama II house)
    Saturday - Resting all day and went shopping again in the afternoon, no not really shopping this time.. but I went to a fortune teller as well haha.. quite funny, and the thing that I was informed was true, everything depends on our hand!! I hope I can graduated with a PhD (in fact.. the program that I will study will yield me a DSc) safely and sound
    Sunday - Also resting all day.. but went to Central Rama II in the afternoon... and bought some Thai traditional food back for dinner and we had around the Koi fish Pond, this is probably all my weekend.
     
    February 21

    Happy Birthday dear Papa...

    Happy Birthday to Papa!!

    ตอนแรกก็คิดว่าจะไปกินข้าวกะปะป๊ากันวันนี้ แต่ไหนๆเมื่อวานทุกคนก็ได้กินข้าวกันพร้อมหน้าไปแล้ว เลยถือซะว่าเลี้ยงวันเกิดมะวานละกันนะ อิอิ

    เมื่อวานตอนเย็น จริงๆแล้วนัดกะน้องชายไว้ว่าจะไปหาซื้อของขวัญให้ปะป๊า.. ตั้งแต่น้องเข้ามหาลัยนี่ รู้สึกว่าของขวัญที่ให้แต่ละปีมันจะราคาสูงๆทั้งนั้นเลยแฮะ แต่ก็ดีเหมือนกัน มันก็พอเหมาะพอควรอยู่แล้ว

    นัดกันสองทุ่มที่สยามพารากอน แต่ว่าตอนเลิกงานป๊าโทรมาบอกพอดีว่าอยู่ในเมืองไปกินข้าวกันดีกว่า.. ก็เลยไปกินข้าวกัน ถือว่าฉลองวันเกิดไปด้วยในตัว ไม่มีเค้ก ไม่มีเทียน แต่อยู่กันครบทุกคนก็พอแล้ว

    และแล้วมื้อเย็นแบบพร้อมหน้าพร้อมตาก็ผ่านไปอีกวันนึง.. สรุปแผนที่ตั้งใจว่าจะกินเสต็กย่านอโศก ร้านอาหารแนวตะวันตกอะไร ก็ไม่ได้กินซักอย่าง..สุดท้ายก็ที่พารากอนนั่นแหละ กิน อาโออิ ไม่เคยกินมาก่อนเลยร้านนี้

    แต่ว่าอาหารก็ธรรมดาอ่ะ.. หรือว่าเรามันพวกชอบกินแต่ของพื้นๆอย่างข้าวหน้าต่างๆ หว่า..

    พอกินเสร็จมะม๊าก็ไป D'Mond ตามเคย พวกเราเลยได้เวลาแวบไปซื้อของขวัญที่ตั้งใจไว้ ใช้เวลาเลือกไม่นานเท่าไหร่ เพราะมันก็ดูเหมือนๆกันหมดอ่ะ เข็มขัดของ BALLY
    ดีที่มีบัตรพารากอนเลยได้ลดไปอีกสิบเปอร์เซ็นต์.. หุหุ... พอพนักงานจะห่อของขวัญให้ ก็เรียกปะป๊าลงมาวัดเอวและตัดสาย เลยไม่ต้องห่อแระ ยื่นให้ทั้งยังงั้นท่ามกลางความงงๆ อิอิ
    แต่ก็รู้สึกดีมากๆเลยแหละ.. เสียดายไม่มีเวลาเตรียมการ์ดให้เรากะน้องเซ็นแนบไปด้วย

    หลังจากนั้นก็ไปซื้อมือถืออีกเครื่องตรงเจมาร์ท.. ตั้งใจจะเอามาใส่ซิมโปรโมชั่นอ่ะ คิดไปคิดมาก็อือ ซื้ออีกเครื่องเลยก็ด้ะ ไม่ต้องเอาที่แพงมากอ่ะ สรุปก็เลยดูแล้วได้โซนี่อีริคสัน K510i มา ฟังก์ชั่นใช้ได้ คุ้มราคามากมาย..
    กลับมาคอนโดกับน้องก็เลยนั่งเล่นแต่มือถือนี่แหละ อิอิ...

    * * *

    It's my daddy's birthday today. First I thought that we will have birthday dinner together today but since yesterday everyone has gathered in town so we assume that we already did that. ^^

    Yesterday after work, I promised my brother to go find some presents for daddy, when I talk of present I mean "a decent one", every since my brother entered university, most of the gifts we decided to buy were quite luxury, but it's ok though because the time is suitable too.
    We were to meet at 8pm, but before that, just right after I finished my work at the office, my dad called me and told that he's in town with mom.. so we changed the plan to have dinner first, then I and my brother can slipped out to buy some gifts.

    It was merely just a dinner, ordinary dinner, with us ordinary family.. but this is more than enough, We don't need any cake or candles... just us eating together.

    In fact I planned to bring our family to a steakhouse in Asok area, but whatever, we ended up in a Japanese restaurant called "AOI" at the Siam Paragon anyway.. though, the food was so so...
    Maybe I am more suitable with an ordinary kind of food.. haha

    After dinner we split up because my parents went to D'Mond, so I and my brother went to BALLY shop to get him the present.. after spending several minutes, we decided to buy a belt... Thank god we had Paragon membership card so we got some discount.. >< Just before the belt was packed into the box, we called daddy down to try it on so the shopkeeper can cut the tail to fit... then we just hand in like that... :)
    Felt really really good though... a bit sad that I was too rush to prepare any birthday card.

    After that I went to Jay Mart to get another spare phone for the spare sim card... I just got a great promotion, so after thinking back and forth, I decided to buy a new phone and carry 3 phones at a time instead -company sim, -2 personal sim(what a crazy girl....) I ended up bought K510i, quite a value mobile phone with great functions...

    So today went pass quite great ^_^... Happy Birthday Papa
    February 20

    My good old times...

    วันนี้พอจะมีเวลาว่างอยู่บ้าง ก็เลยนั่งเปิดดูรูปในโฟลเดอร์เก่าๆ ที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์ตัวเก่าที่เอาไปใช้ที่อังกฤษ.. และแล้วก็เจอรูปของเขามากมายเต็มไปหมด ความทรงจำที่พยายามไม่นึกถึงมันก็พรั่งพรูเข้ามาอีกแล้ว

    เมื่อไหร่นะที่ฉันจะลืม... ลืมไม่ได้หรอก
    ดูทีไรก็นึกถึงวันเวลาดีๆ เก่าๆ ช่วงเวลาดีๆ มันก็มีอยู่มากใช่น้อย ทำไมตอนนี้มันกลายมาเป็นแบบนี้ จนรุนแรงได้ถึงขนาดนี้ได้.. เฝ้าถามตัวเอง แต่ก็หาคำตอบอะไรไม่ได้
    ความรู้สึกรักที่หมดไป หรือความรู้สึกเฉยชาที่เข้ามาแทนหรืออย่างไร...
    สี่ปีกว่าๆที่ผ่านมา มันช่างยาวนานและเต็มไปด้วยความทรงจำ ที่คงไม่อาจเยียวยาได้ง่ายๆ เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ
    คงต้องปล่อยให้เวลาเท่านั้นรักษาแผลนี้... แต่รอยแผลเป็นคงไม่มีวันจางแน่นอน
     
    ฉันนั่งหวนนึกถึงอดีต แล้วก็รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในเรือที่ลอยทวนกระแสเวลา... ย้อนกลับไป..
    ความรู้สึกครึ่งๆกลางๆ ที่จะร้องไห้ ก็เหมือนจะไม่ร้อง มันทรมานยิ่งกว่าอะไรที่ระเบิดออกมาคราวเดียวเสียอีก...
     
    ทำไมนะโลกนี้ ถึงต้องมีความรัก ความผูกพัน...
    ถ้าหากว่ามีแล้วมันทำให้เศร้า ทำไมต้องมีตั้งแต่แรกด้วย
    เมื่อก่อนไม่เห็นจะจำเป็น แต่ทำไมพอมีแล้วขาดไป มันกลายเป็นช่องว่างในจิตใจลึกๆ
    หรือว่าชีวิตคนเรานั่นคือการเสี่ยง ที่จะเจ็บ?
    หรือว่าหัวใจของฉันเอง ก็คงยังไม่พร้อมที่จะให้กับใครเช่นกัน...
     
    * * *
     
    Today I have a bit of freetime, so I fliped through the photo files in my old folders that are in the old harddisk (which I used back when I was in the UK)
    There were a lot of "his" pictures... and "his" memories... again, coming to my mind.
    When will I forget?, no I won't be able to forget
    Every time I look at them, I think of the good old times we had together... there were quite a lot of good memories as well. Why has it become like this now... this bad. I questioned myself, but I can't find the answer.
    Maybe it's the love that fade, or the feeling of indifference that come instead... maybe
    4 years of relationship is a very long time and full of memory, that I cannot just forget or not care, with merely slight words..
    I should just let the "time" cure this sore, but the scar will remains, no matter how long.
    I was sitting, thinking of the past, and feeling like I am in the time travelling ship, that is going counterclockwise...
    This feeling of crying, while I'm not crying, is the most terrible thing I could feel.
     
    Why there is "love" in this world?
    When it hurts so many people... why it even exists in the first place?
    It has never been such a necessary thing... but when we had it for the first time, we can't just let it go too easily
     
    Or it's just a risk to hurt ourself
    Or it's just my heart, that is not yet ready to give to anyone?
    February 19

    My Chinese New Year

    ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ค่า...
     
    ตรุษจีนปีนี้ตระกูลเราก้อคึกคักตามเคย.. วันศุกร์เราทำงานตามปกติก็เลยไม่ได้ไปทำอารัยมากมาย แต่ว่าวันเสาร์ก็ไปไหว้ที่บ้านอากง กินเลี้ยงกับญาติๆที่บ้านอากงกัน ได้เล่นกับน้องเซน สมาชิกรุ่นที่สี่ของตระกูลที่พึ่งคลอดได้สิบวัน กลายเป็นอาโกวไปแล้วสิเรา หุหุ... แต่น้องเซนน่ารักมากมาย..เห่อกันสุดๆ
     
    แล้วก็กินข้าวกันแบบว่าคนเยอะมากๆ เสียงก็ดังมากๆ ครอบครัวคนจีนนี่เสียงต้องมาก่อนจริงๆ ก็บรรยากาศเฮฮาไปอีกวัน
     
    ตอนบ่ายๆก็ไปเดินช้อปปิ้งที่เซ็นทรัลพระรามสองกะมะม๊า ไปซื้อเสื้อใหม่นิดหน่อยเพื่อจะได้เอามาใส่วันพรุ่งนี้ ตรุษจีนก็ต้องเสื้อใหม่ สีแดงๆสินะ จะได้ อั่งอั๊ง...
     
    เย็นวันนั้นก็กินข้าวที่บ้านกะครอบครัว แล้วก็ช่วยมะม๊าปั้น อี๊ (บัวลอย) แบบว่าเมื่อยมือมากๆแต่ว่าต้องทำให้เสร็จก่อนถึงฤกษ์ไหว้ ไฉ่ซิงเอี้ย (11pm - 12pm) เป็นความเชื่อกันว่า เทพเจ้าแห่งโชคลาภจะลงมาตามบ้าน ดังนั้นต้องตั้งเครื่องเซ่นนะฮ้า..จะได้ทำมาค้าขึ้น
     
    นั่งทำการบ้านเลขไปได้นิดหน่อย แล้วพอห้าทุ่มก็ไปไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยกันที่โรงงานล่ะ ไหว้เสร็จก็ต้องกินอี๊เพื่อความเป็นสิริมงคล...เป็นอันเสร็จพิธี
     
    ปีนี้ก็เป็นปีแรกที่ได้ให้แต๊ะเอียปะป๊ามะม๊า อาม่าทั้งสอง และก็น้องชาย.. แต่อีกไม่กี่วันก็จะออกจากบริษัทแล้วแฮะ อิอิ... ไม่เปนไร เอาปลาเล็กไปตกปลาใหญ่ ปีนี้ก็ยังได้รับอยู่แฮะ หุหุ
     
    วันอาทิตย์ที่บ้านนิมนต์เจ้าอาวาสพร้อมคณะสงฆ์จากสุพรรณบุรีมาสวด ธรรมจักร ให้บริษัท เนื่องจากเป็นเดือนเกิดปะป๊า ก็ทำทุกปีในเดือนเกิดของป๊ากับม๊าอ่ะนะ.. และก็ทำอาหารเลี้ยงพระและแขกมากมาย ปีนี้ทำบังสุกุลเป็นสำหรับคนเกิดปีหมู ลิง เสือ ด้วย.. ก็สนุกสนานดี อิอิ
     
    ตอนบ่ายก็มานั่งทำการบ้านเลขที่บ้านใหม่ และก็นั่งเล่นตรงบ่อปลาคาร์พ บรรยากาศสุดแสนจะน่านอนเรย.. ไม่อยากไปทำงานเลยแฮะพรุ่งนี้ อยู่บ้านนี้แล้วเหมือนได้พักร้อนตากอากาศตลอดเวลาจิงๆ 
     
    * * *
    Happy Chinese New Year!!
     
    I've decided to write in Bilingual since I guess some of my friends from CS, Bath stop by to read (you know who you are!)
    This year's Chinese New Year is as usual, very lively and loud for my family. When we're saying "family" in Chinese style, we mean the whole family including grandpa, auntie, uncle parents and so on... especially on the guy's side.. because Chinese people believe that when a daughter get married, they belong to her husband's family... so, I'm talking about my dad's relative now.
     
    This year I went to my grandpa's house, since everyone will come today to pay tribute to grandpa who has passed away, eat a lot and talk a lot, so that we will remember him no matter how long the time has passed by. Today it's even livelier because the fourth generation come as well!!!! "Zen", the baby that has just born to Bing and Bow (my cousin) 10 days ago.. we were very glad to see him so fine.
     
    After we lit the candles, the incenses to think of our beloved grandpa, we gathered to have lunch together and talked out very loud. This is tradition. I just love this kind of tradition because it even make my heart feel more cheerful.
     
    In the afternoon, I went to Central Rama II with my parents to do some shopping. It's a tradition as well to wear a new outfit for the new year. Especially Red.. hee hee
     
    In the evening, there's a belief that the fortune god will come down to the earth, so we must prepare things to do the inviting ceremony. At 11-12 pm, we prepare the Chinese style dessert (small pink flourball in the sweet clear liquid) until that time.. by hand : ) but it was fun to work with my mom though. The ceremony end this day.
     
    Sunday, which is the day that all Chinese people will say good things, do good things and live luxury because we believe that we'll be luxury for the whole year. We invite monks to do some fortune ceremony for our company (family company) today at the factory, lot of food as well.. hee hee
     
    The afternoon, I spend most of the time doing my Math homework and relaxing.. ar~ what a nice Sunday. Don't wanna go to the stupid office tomorrow... while I have my own business, why bother?
     
     

    img519/4453/chineseny2nt3.jpg
    Rice Cake...

    img519/3320/chineseny3fb0.jpg
    Lots of food on the table for the passed away grandpa.. (and we ate them afterward)

    img519/1082/chineseny1ll9.jpg
    Orange...a mandatory fruit for this season!

    February 14

    Happy Valentine's Day

    สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ
     
    วันนี้หลายๆคนก็คงจะรับรู้ถึงบรรยากาศของความรัก มองไปทางไหนก็เห็นแต่คู่รักเดินด้วยกัน จริงๆมันก็เป็นเรื่องน่ายินดี ที่คนทั้งโลกมีความรักให้กัน มองในแง่ดีมันก็ดีได้เสมอเนอะ
    อ่ะแต่ว่าวันนี้ไม่กะจะเล่าถึงเรื่องราวความรักละกัน เนื่องด้วยเหตุที่เล่าไปแล้วในบล้อกก่อนหน้านี้ ชีวิตตอนนี้ก็เหมือนตัดสินใจอะไรได้หลายๆอย่าง เป็นต้นว่า...
    ตัดสินใจลาออกจากงานแล้วค่ะ จะได้ทุ่มเทหนึ่งร้อยเปอเซนให้กับการสมัครเรียน เตรียมตัวเรียนต่อปริญญาเอกซะที.. จริงๆลังเลมาเป็นเดือน และก็กลุ้มใจมากๆด้วย กลัวจะไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง สุดท้ายจะเสียไปทั้งหมด แต่ว่าในเมื่อทางนู้นก็ยังไม่มีวี่แววจะตอบอีเมล หรือติดต่อกลับมา เลยขอก้าวเข้าไปอีกหนึ่งขั้นละกันนะ..
    ตอนนี้ความรู้สึกอยากไปเรียนเอกมันเต็มปรี่มากๆ เลยตัดสินใจบอกเจ้านายว่า สิ้นเดือนนี้หนูลาออกแล้วนะคะ.. หุหุ
    นายก็คงเห็นว่าเรามุ่งมั่นขนาดนี้ ไปรั้งอะไรไว้ก็คงป่วยการ ก็เลยยอมให้ออกแต่โดยดี..
     
    ในเมื่อได้ตัดสินใจอะไรแล้ว ก็รู้สึกเหมือนโล่งไปเปลาะหนึ่ง ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะถูกหรือผิด แต่เราก็ได้ตัดสินใจไปแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่ทำสิ่งที่มีอยู่ให้มันมีค่าที่สุดเท่านั้น
    อยากเริ่มอะไรใหม่ๆ ถือโอกาสเปลี่ยนธีมบล้อกด้วยเลยเนอะ อิอิ..
     
    ขอให้วาเลนไทน์ปีนี้ โลกจงมีแต่ความรักความหวังดีให้กัน...
     
    จะว่าไป..วันนี้มันเป็นวันแห่งการเสียสละต่างหากล่ะ ก็นักบุญเซนต์วาเลนไทน์เค้าสละชีวิตวันนี้นี่หน่า... อาเมน
    February 09

    Nada sou sou : Natsukawa Rimi

    涙(なだ)そうそう  

    歌手(かしゅ):夏川(なつかわ)りみ・BEGIN・森山良子(もりやまよしこ)
    作詞(さくし):森山良子(もりやまよしこ)
    作曲(さっきょく):BEGIN
    Translated by: Kujahleague

    古(ふる)いアルバム(あるばむ)めくり
    ในขณะที่ฉันเปิดดูอัลบั้มเก่าๆ
    ありがとうってつぶやいた
    แล้วก็พร่ำบอกว่าขอบคุณ
    いつもいつも胸(むね)の中(なか)
    คนที่คอยช่วยให้กำลังใจ
    励ましてくれる人(ひと)よ
    กับฉันเสมอมา
    晴(は)れ渡(わた)る日(ひ)も 雨(あめ)の日(ひ)も
    ในวันที่แสงอาทิตย์สาดส่อง หรือวันที่ฝนกระหน่ำ
    浮(う)かぶあの笑顔(えがお)
    ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นก็ลอยขึ้นมา
    想(おも)い出遠(でとお)くあせても
    ถึงแม้ว่ามันละเริ่มเลือนรางแค่ใด

    おもかげ探(さが)して
    พอนึกถึงความทรงจำที่เกียวกับเธอ
    よみがえる日(ひ)は 涙(なみだ)そうそう
    ขึ้นมาทีไร ก็น้ำตาไหลริน

    一番星(いちばんほし)に祈(いの)る
    ฉันขอพรกับดาวศุกร์
    それが私(わたし)のくせになり
    มันกลายเป็นนิสัยไปซะแล้ว
    夕暮(ゆうぐ)れに見上(みあ)げる空(そら)
    ฟ้าที่มองไปทางแสงยามเย็น

    心(こころ)いっぱいあなた探(さが)す
    เธอยังคงอยู่ในใจเสมอมา
    悲(かな)しみにも 喜(よろこ)びにも
    ไม่ว่าตอนเศร้า หรือยินดี
    おもうあの笑顔(えがお)
    คิดถึงรอยยิ้มนั้น
    あなたの場所(ばしょ)から私(わたし)が
    ถ้าหากว่าเธอเห็นฉัน
    見(み)えたら きっといつか
    จากที่ๆเธออยู่ตอนนี้ ยังไงสักวัน
    会(あ)えると信(しん)じ 生(い)きてゆく
    ก็ต้องเจอกัน ชีวิตฉันเชื่ออย่างนี้

    晴(は)れ渡(わた)る日(ひ)も 雨(あめ)の日(ひ)も
    ในวันที่แสงอาทิตย์สาดส่อง หรือวันที่ฝนกระหน่ำ
    浮(う)かぶあの笑顔(えがお)
    ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นก็ลอยขึ้นมา
    想(おも)い出遠(でとお)くあせても
    ถึงแม้ว่ามันละเริ่มเลือนรางแค่ใด

    さみしくて 恋(こい)しくて
    ทั้งเหงา ทั้งรัก
    君(きみ)への想(おも)い 涙(なみだ)そうそう
    ความทรงจำที่เกี่ยวกับเธอ น้ำตาก็ไหลริน
    会(あ)いたくて 会(あ)いたくて
    อยากพบเธอ อยากพบเธอเหลือเกิน
    君(きみ)への想(おも)い 涙(なみだ)そうそう
    ความทรงจำที่เกี่ยวกับเธอ น้ำตาก็ไหลริน

     

    February 08

    It's all about "love"

    ใกล้เทศกาลวาเลนไทน์
    ช่วงนี้ของทุกปี อารมณ์มันจะกึ่มๆ ให้รู้สึกวาบหวิวในหัวใจอยู่ทุกที
    เป็นแรงบันดาลใจให้อยากเขียนบทความนี้ขึ้นมา... ใครไม่อยากเลี่ยนก็ไม่ต้องอ่านเลยนะ อิอิ
     
    เห็นมาหลายคนแล้ว ความรักของแต่ละคน มันต่างกันจริงๆ ถ้าหากโลกนี้มีคนหกพันล้านคน ความรักก็มีกันหกพันล้านแบบ
    ฉันเคยพยายามจะทำให้ความรักของฉัน เป็นแบบเพื่อนของฉัน ที่ใครๆเห็นก็อิจฉา แบบที่ว่าเรามีกัน ฉันมีเธอ เธอมีฉัน ไว้ใจกัน อยู่กันมั่นคง บอกรักทุกวัน
    แต่ความเป็นจริงมันไม่มี คนที่จะทำแบบนั้นกับฉัน หรือต่อให้มี ฉันก็อาจจะไม่ได้รู้สึกกับเขาเท่าที่เขารู้สึกให้ฉัน มันกำหนดอะไรไม่ได้
    ฉันเคยพยายามจะทำให้ความรักของฉัน เป็นเหมือนดังเพลง ที่ว่า รักน้อยๆ แต่ว่ารักนานๆ.. ค่อยๆเพิ่มทีละนิด ทีละหน่อย สม่ำเสมอต้นเสมอปลาย
    แต่ความเป็นจริง เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับคนสองคน ฉันคิดเอาเองไม่ได้ จริงไหม

    รักที่ฉันเคยเห็น มีตั้งแต่รักแค่เห็นหน้าตา รักที่ได้คุย รักที่เห็นเธอเป็นแบบเธอ
    แต่ทั้งหมดมันก็คือแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น พอหมดช่วงนั้น มันจะอยู่ต่อได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความผูกพัน และใจของสองคน

    ฉันเชื่อในคำพูดที่บอกว่า
    คนเราเลือกที่จะคบ จะเรียนรู้กันด้วยความรู้สึกรัก
    แต่ว่าจะอยู่กันได้ ด้วยความผูกพันเท่านั้น

    ความรักน่ะไม่ยั่งยืนหรอก เพราะมันมีรากมาจากความหลง
    ฉันไม่เคยเชื่อว่ารักมันยั่งยืน เพราะเราไม่ได้ไปเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของอีกฝ่าย เลิกกันอย่างมากเสียใจก็พักเดียว แล้วก็เริ่มต้นใหม่ได้แล้ว
    รักที่ยั่งยืนมีแต่รักของพ่อแม่เท่านั้น

    ความรักแบบในฝันของหลายๆคน คงจะเป็นรักที่พ่อมีให้แม่ (อันนี้พูดในฐานะที่ตัวเองเป็นผู้หญิง)
    ที่ไม่ว่าชีวิตตัวเองจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ชีวิตอีกฝ่ายจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ถ้ารักแล้วก็มั่นคง อยู่อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะมีใครดีแค่ไหนเข้ามา
    แต่เพราะว่าเลือกแล้ว

    รักที่ฉันคิดว่าเป็นรักที่ดี คือรักที่จะดูแลกันเวลายากลำบาก ด้วยใจที่บริสุทธิ์ ไม่ใช่ทำเพื่อหวังผลอะไร หรือเห็นความรักเป็นแค่เกม ที่ถ้าหากว่าชนะแล้ว ทุกอย่างก็จบ
    หรือรักที่เห็นฉันเป็นแค่คนฆ่าเวลา อยู่ไปเพื่อรอพบเจอใครที่ดีกว่า

    เค้าว่ากันว่าผู้ชายนั้น เห็นการคบกันเป็นจุดหมาย... เมื่อใดก็ตามที่ตกลงเป็นแฟน ก็คือการเดินทางของเขาสิ้นสุดลง เขาได้ขึ้นมาถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ จากเดิมที่เคยเหนื่อย ต้องจีบ ก็จบซะที สบายแล้ว
    แต่ว่าผู้หญิง จริงๆแล้ว การคบกันมันเป็นการเริ่มต้นต่างหาก จากนี้ นิสัยอะไรๆที่ไม่เคยแสดงให้เห็นก่อนหน้า ก็จะได้แสดงซะที เพื่อพิสูจน์ว่าเขาจะทนเราได้แค่ไหน
    เพราะว่าคิดต่างกัน จึงทำให้เกิดการไม่เข้าใจ พอคบกันแล้วทำไมอะไรๆที่เคยทำตอนจีบมันลดลง มันหายไป ทำไมผู้หญิงเรียกร้องให้ใส่ใจมากขึ้น เพราะว่าทางเดินมันสวนกัน
    คนที่รักกันและอยู่กันได้ยั่งยืน คือคนที่ปรับจูนทางเดินตรงนี้เข้าหากัน ความเสมอต้นเสมอปลาย และการเปิดอกพูดคุย เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้รักมันอยู่ได้นานๆ

    ขอให้วาเลนไทน์นี้ ความรักจะเต็มบ้านเต็มเมืองนะคะ
     
    ปล. มุมมองของคนเราก็ไม่เหมือนกันนะคะ อันนี้เป็นแค่มุมมองของเรา แค่ช่วงนี้ล่ะค่ะ หุหุ บอกแล้วรักของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คิดว่าคนไม่เห็นด้วยคงเยอะเหมือนกัน ออกตัวไว้ก่อนนะ
    February 07

    Pat's Tag

    1. คุณเป็นใคร ถึงคิดจะมาตอบคำถาม Talking head ของเรา: มันคืออะไร...เราเปนกระต่ายน่ารักพูดได้
    2. คำสั้นๆ 1 คำ ที่อธิบายตัวคุณได้ดีที่สุดคือ: กระต่าย

    3. ในชีวิตคุณเคยหัวเราะมากที่สุดด้วยสาเหตุใด: มากที่สุดเยอะมากมาย สาเหตุส่วนใหญ่มาจากเพื่อนๆทั้งนั้นแหละ

    4. สภาวะหรือเหตุกาณ์อย่างไรที่จะทำให้คุณอึดอัดมากที่สุด: ชุดปริ

    5. หนังสือประเภทไหนที่คุณชอบอ่านมากที่สุด: การ์ตูนญี่ปุ่น
    อะไรที่คุณคิดว่าเป็นคุณสมบัติที่ดีที่สุดของการรักการอ่าน:  ได้รู้อะไรเยอะแยะมากมาย อ่านจำได้มากกว่าดูด้วยนะขอบอก

    6. ความสำเร็จที่คิดว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตคืออะไร: จนถึงตอนนี้หรอ อะไรดีน้า... ยังไม่ยิ่งใหญ่ที่สุดละกัน ต้องให้ได้กว่านี้ก่อนนะ

    7. อะไรคือสิ่งที่คุณคิดว่าในชีวิตนี้จะไม่ทำเด็ดขาด: ไม่อยากเขียนเผื่อต้องทำ ฮ่าๆๆ

    8. และอาชีพใดที่คุณคิดว่าจะไม่ทำมันเด็ดขาดแน่นอน: คนขายประกัน

    9. เสน่ห์ของคุณคืออะไร: เปนคนซื่อๆนะเจ้า...

    10 .ภายใน 1 ปีที่ผ่านมา สถานที่ใดที่คุณไปมาและประทับใจมากถึงมากทีสุด: อังกฤษ

    11. ถ้าใช้วิทยายุทธได้ 1 อย่าง คุณอยากจะทำอะไรได้: เหาะบนฟ้า

    12. ถ้านึกหนึ่งเพลงตอนนี้ คุณจะนึกถึงเพลงอะไร: world : five for fighting

    13. พรุ่งนี้เช้าตื่นขึ้นมา คุณอยากจะทำอะไรเป็นอย่างแรก: บิดขี้เกียจ

    14 . ถ้าคุณมีอำนาจในการกำหนดวันหยุดเพิ่ม คุณจะเพิ่มวันสำคัญอะไร: เพิ่มหลายๆวันได้มะ ขอปิดเทอมของบริษัทหน่อยดิ

    15. ถ้าตื่นขึ้นมาจอโดราเอม่อน คุณจะขอของวิเศษใดในกระเป๋า: ประตูวิเศษ

    16. ถ้าค่ำนี้ฝนตกลงมาแต่ไม่ได้เป็นหยดน้ำ คุณคิดว่าฝนจะตกเป็นอะไร: หิมะ

    17. ถ้าให้กลับไปพบปะพูดคุยกับบุคคลในประวัติศาสตร์ได้คนหนึ่ง คุณอยากพบใคร: ไอน์สไตน์ แต่พบไปอาจไม่มีประโยชน์เพราะสื่อสารกันไม่ได้ กรำ...

    18. สมมติถ้าให้แลกชีวิตกับใครก็ได้ 1 วัน คุณอยากแลกกับใคร: แลกกับโยชิกินะ อยากรู้ว่าการที่มีความสามารถทางดนตรีอย่างสูงสุดนั้นรู้สึกยังไง

    19. ถ้าเปรียบเทียบ “ความสุข” กับสิ่งของสักอย่าง คุณนึกถึงอะไร: เตียงนอน

    20. ช่วยอธิบาย ลักษณะ “บ้านในฝัน” ของคุณสั้นๆ สัก 2-3 ประโยค: นสพ.กล่องใต้สะพานลอย.. เอ๊ยไม่ช่าย... ขึ้นอยู่กับว่าอยู่คนเดียวหรืออยู่กับคนอื่นนะ ถ้าอยู่คนเดียว ห้องเล็กๆมีครัวมีห้องน้ำในตัว อยู่ใจกลางโตเกียวก้อโอเคละ..อ้อ แถมเดสก์พาวเวอร์มาด้วยอีกตัว ของทุกอย่างพร้อมใช้.. แต่ถ้าอยู่กับครอบครัว ก็ขอเป็นบ้านเดี่ยวมีสวนมีกระต่ายแมววิ่งเล่นโดยที่มันไม่หนีออกนอกรั้ว และก็ไม่มายื่นมือลงในบ่อปลาคาร์ฟก็พอและ.. อ้อ ครอบครัวอบอุ่นด้วยนะอันนี้สำคัญสุดๆ

    21. คุณสมบัติที่ดีในตัวเอง ที่คุณพึงพอใจกับมันมากที่สุด: มีด้วยหรอฟะ

    22. คุณคิดว่า “จุดเปลี่ยน” ที่สำคัญที่สุดในชีวิตคุณ คือ เหตุการณ์ใด: เลือกเรียนสายศิลป์ภาษาเพราะว่าได้เลขเกรดหนึ่งและเกลียดอจ.สอนวิทย์ตอนม.สาม

    23. ตอนเด็กๆ คุณอยากเป็นอะไร: นักวิทยาศาสตร์..เฮ้ยจริงๆนะไม่ได้โม้ เคยคิดและตั้งเป้าไว้ จนกระทั่งเหตุการณ์ข้างบนเนี่ยแหละ หุหุ
    ทำไมไม่ถามถึงตอนนี้ล่ะ อยากเป็นเยอะมากๆๆๆ

    24. คุณชอบกินไอศกรีม รสใดมากที่สุด: คุกกี้แอนด์ครีม

    25. อะไรคือ สิ่งที่มีค่าที่สุดในตัวคุณ: ขา....บ้า....สมองดิ

    26. ความรักในความหมายของคุณคืออะไร: การยอมรับข้อเสียของอีกฝ่ายได้แต่โดยดี ไม่ว่าข้อเสียนั้นจะแย่แค่ไหน

    27. ถ้าไม่มีเครื่องหมายหัวใจเป็นสัญลักษณ์ของความรักจะใช้สิ่งใด ทดแทน: หมายถึงสองมิติหรอ... คำพูดก็ได้นะ รัก ไง

    28. คืนนึงคุณนอนหลับไป แล้วตื่นมาพบว่าเวลาได้ผานไปแล้ว 150 ปี คุณจะ...:  ออกไปเดินดูนอกบ้าน อ้อ ก่อนอื่นดูตัวเองก่อน ถ้ายังสาวอยู่ก้อโอเคนะ ไปเดินดูว่าเทคโนโลยีไปถึงไหนแล้ว ไปร้านคอมก่อนอันดับแรก ตื่นตาตื่นใจ จนกระทั่งนึกขึ้นมาได้ว่า อยู่ตัวคนเดียวนี่หว่า แล้วก็คงจะเหงาจนจับใจ

    29. สิ่งที่คุณมีในวัยเด็ก แล้วปัจจุบันมันหายไป : กล้าได้กล้าเสีย ตัดสินใจอะไรเร็ว

    30. สิ่งที่ปัจจุบันคุณไม่มีและคาดว่าจะมีในอนาคต:  เจ้าบ่าวและลูก (-"- แต่อนาคตนี่เมื่อไหร่ฟะ)

    31. ถ้าโลกนี้ไม่มีโอกาสแล้วจะเกิดอะไรขึ้น: ก็คงไม่มีโอกาสให้โลกได้เกิดมาอ่ะดิ ถามอะไรแปลกๆ

    33. ถ้าชีวิตคุณจะมีโอกาสใช้เสียงได้อีกประโยคเดียว คุณจะพูดว่า: เอากระดาษปากกามาที เพราะสิ่งที่จะพูดคงเยอะจนเกินประโยค แล้วเกิดพูดไม่ได้ ก็สื่อสารไม่ได้ว่าจะเขียนบอกน่ะสิ

    35. เมื่อฝนตกหนัก แม่น้ำไหลเชี่ยว เจ้าหญิงนิทราจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร: .... มีจริงเหรอ

    36. อะไรที่เจ๋งที่สุดในโลกนี้: โลก itself

    37. คุณอยากคุยกะตัวเองตอนไหนมากที่สุด: ตอนม.สาม เฮ้ยแกเลือกสายวิทย์ไปเหอะ จะได้เป็นหมอไง..โฮะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    *************************************************************************************
    เอาใครหลงเข้ามาก้อก้อปปี้ข้อความด้านบนแปะในโน้ตแพดแล้วลบคำตอบเราออก ตอบในคอมเม้นเราและก้อไปแปะที่บล้อกตัวเองด้วยนะเจ้าคะ แท็คค่ะ