Kujah's profileKujah's LeaguePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 27 4 Weeks alreadyอยู่โตเกียวมาได้สี่อาทิตย์แล้วล่ะ แอบรู้สึกเหมือนอยู่มานานกว่านั้นยังไงก็ไม่รู้ ด้วยความที่ของในห้องเพิ่มขึ้นทุกวันๆ เงินใช้แบบแหลกราญมากมาย.. บิลค่าโทรศัพท์เจ็ดวันแรกหลังจากเปิดใช้มือถือมาถึงแล้ว เห็นแล้วเหอๆ ช็อกๆๆ อะไรจะขนาดนี้นี่.. ช่วงที่ผ่านมาก็ไปห้องแล็บ ไปเรียน ก็เราเรียนทุกวันเลยอะนะ ยกเว้นวันจันทร์วันเดียว ถ้าไม่เรียนก็ไปแล็บ ชีวิตก็มีเท่านี้ เอิ้กๆ หรือไม่ก็ไปช้อปปิ้ง และสรรหาแหล่งกิน.. พูดถึงเรื่องกินก็กินแทบทุกวันเลยอะนะ นอกบ้านเนี่ย วันพฤหัสที่แล้วเรียนคาบแรกเสร็จ (พฤหัสมีเรียนคาบเช้าคาบเดียว) ก็ไปหา อ.มิกะ ที่ชิบุยะ คิดถึงชะมัด.. ไปกินทงคัตสึกัน อร่อยมากๆเพราะเค้าใช้หมูดำ และในเซ็ทก็มีสลัด ซุป ไม่แพงด้วยราวๆ 900 yen อิ่มสุดๆไปเลยอะ วันศุกร์ก็ไปกิน izagaya ร้านเหล้าที่มีพวกเครื่องเคียงอร่อยๆ กับอัยและลิง กินกันเยอะมากๆ สิบกว่าจาน อร่อยมากๆ แต่ก็หลายตังอยู่ งุงิ.. แต่เอาน่ะ นานๆที (รึเปล่าฟระ) คร็อกเกะสุกี้ที่นี่อร่อยมากถึงมากที่สุด พูดแล้วยังอยากกินอีกเลย คืนนั้นก็ไปร้องเกะ ที่แถวๆสถานีเซโจกันต่อถึงตีสอง ค่อยถีบจักรยานกลับหอกัน หนุกและเหนื่อยได้ใจ ร้องเกะทีไรเสียงแหบมากทุกที สรุปว่าวันนั้นก็นอนสักตีห้าได้มั้ง เอิ้กๆอ้ากๆ อ้อ ก่อนไปร้องเกะแวะ Lawson จับฉลากหมี Rilakkuma โชคดีโคตรๆ ได้รางวัลใหญ่มาเลยอะ เป็นตุ๊กตาหมีตัวเบ้อเร่อไว้นอนพิงได้..
เรื่องเรียนก็คงจะเรื่อยๆละมั้ง วันก่อนเครียดมาก เพราะว่ารู้สึกมันยากมากๆ มันฮาร์ดคอร์มากๆ เราจะทำได้เหรอ ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน บลาๆ พอไปคุยกับเซนเซแล้วรู้สึกดึขึ้นเยอะมาก เหมือนเซนเซเองก็บอกว่าให้พยายามไปด้วยกันนะ หลายๆอย่างลองดูสักตั้งก็ไม่เสียหายนี่หน่า เรากลัวอะไร? รู้สึกโล่งขึ้นเยอะมาก ที่ได้พูดความจริงเรื่องเรียนที่เคโอไปกับเซนเซ.. แล้วก็ให้เค้าดู PhD research proposal ที่ส่งไปเคโอแล้วผ่านเรียบร้อย.. คิดดูจริงๆ มันก็ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่อะนะ อืม.. ก็พยายามไปเรื่อยๆละกัน เรียนภาษาญี่ปุ่นก็นะ.. คอร์สมันเป็นแบบอาทิตย์ละคาบ เรียนสามวิชา การบ้านก็ไม่เยอะแต่ว่าเนื้อหาที่เรียนเยอะ และยากมากเช่นกัน.. โดยเฉพาะเรื่องคันจิที่เราอ่อนมากๆ มันเหมือนหมดแรงจะมานั่งท่องนั่งเขียนเป็นพันๆตัว เหมือนตอนเรียนที่เอแบคแล้วอะ แล้วยิ่งเจอแบบที่รากคำเหมือนๆกัน แต่ความหมายคนละเรื่องนี่งงสุดๆ แต่ก็นะ.. มาอยู่ญี่ปุ่นก็ต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นสิ เมื่อวานไปซื้อกล้องใหม่มา เนื่องจากทนไม่ได้แล้วกับคุณภาพรูปที่ออกมาห่วยมากๆของ Fuji Finepix Z เลยตัดสินใจซื้ออีกอันละกัน Canon Ixy 910IS แอบเซ็งนิดหน่อยที่ถ้าหากว่าซื้อที่เมืองไทยก็น่าจะถูกกว่านี้แท้ๆ.. แต่เอาเหอะ.. อยู่ญี่ปุ่นแล้วนี่นะ หุหุ ดูรูปแล้วรู้เลยอะว่าอันไหนใช้กล้องฟูจิถ่าย.. April 19 Single Bed : by Sharan Q流行の唄も歌えなくて ダサいはずのこの俺 お前とはなれ 一年が過ぎ いい男になったつもりが それでもこの年齢まで俺が 育てた裸の心は おしゃれをしても 車変えても 結局変化もないまま 早く忘れるはずの ありふれた別れを あの時のメロディーが思い出させる ** くだらないことだって 二人で笑えたね 今夜の風の香りは あの頃と同じで 次の恋でもしてりゃ 辛くないのに 寄り道みたいな始まりが 二年も続いたあの恋 hajimete omae daita yoru hora ore no houga furuetetane 恋は石ころよりも あふれてると思った nanoni Diamond yori mitsukerarenai シングルベッドで二人 涙拭いてた頃 どっちから別れ話するか賭けてた あのごろに戻れるなら お前を離さない (**) ______________________________________________________________ **I did not translate the English part, only the Thai and convert Japanese text into romaji April 11 At Japanอยู่ญี่ปุ่นแล้วค่า.. ไม่ได้อัพบล้อกซะนาน เพราะที่หอยังไม่มีเน็ท วันนี้อัพซะหน่อยก็ได้ ไหนๆก็ไม่มีเรียนเช้า และเดี๋ยวก็จะได้ไปเล่นเน็ทที่แล็บ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะอยู่ญี่ปุ่นมาเกินอาทิตย์นึงแล้ว รู้สึกเหมือนอยู่มานานมากๆ หรือพึ่งมาแค่เมื่อวาน สับสนปนเปกันจริงๆ ช่วงแรกๆที่มาก็ค่อนข้างฉุกละหุก นอนแทบจะไม่พอในแต่ละวัน เพราะต้องทำบัตรต่างๆ เปิดแบงค์ ซื้อมือถือ.. ยังหลงๆทางกันอยู่เลยแต่ว่าไม่กี่วันทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่ จักรยานก็ซื้อแล้ว เพราะว่าหอกับสถานีรถไฟไกลกันมากมาย (จริงๆก็เดินได้แหละนะ แต่มันก็นานอยู่) พอมีจักรยานแล้วรู้สึกชีวิตเปรมมาก ขอบคุณเพื่อนๆมงมากๆที่พาไปซื้อวันนั้น ซึ้ง.. จะไปไหนก็สบาย โดยเฉพาะไปซื้อของใช้ของแต่งห้องที่ร้านร้อยเยน ใกล้ๆบ้าน.. เรื่องเรียนก็ยังคงเครียดอยู่ เพราะมาถึง Sensei เราก็พูดแต่ญี่ปุ่นมา ไม่มีอังกฤษซักคำ ทั้งๆที่ตอนส่งเมลคุยกันก็เป็นภาษาอังกฤษมาตลอดนี่หว่า.. งงแบบรุนแรง แล้วก็เลยพาลถึงเพื่อนๆในแล็บทุกคน พูดญี่ปุ่นกันสนุกสนาน.. เซนเซบอกว่าให้ลงเรียนวิชาเลขด้วย และก็ลงวิชาที่เฮียสอน.. เราก็เออๆ ได้ๆ วิชาเลข 数学Ⅰ ลองไปเข้าเรียนเป็นวิชาแรกเมื่อวันพุธ วันที่เปิดเทอม คาบแรกของวัน เข้าไปนั่งอึ้ง.. เดี๋ยวค่อยมาเปิดดิกหา .. (เมื่อไหร่จะทำ) เรียนเสร็จรีบไปชิบุยะ (ห่างกันสองสถานีเอง กับแคมปัส) เพื่อไปรับอินคัง (Stamp ชื่อตัวเองใช้แทนลายเซ็นเวลาเปิดแบงค์) แล้วก็ไปเปิดแบงค์.. แล้วกลับมากินข้าวที่มหาลัย บ่ายวันนั้นก็มี zemi (เซมินาร์) ของแล็บ เข้าไปนั่งอึ้งรอบสอง เพราะงานวิจัยของแต่ละคนไฮโซมาก สูตรเลขพรึ่บ.. ที่สำคัญ มันพูดอารัยไม่รู้อธิบายเป็นญี่ปุ่น หลังจากนั้นก็มีเรียน Graphic Programming ของเซนเซเราเอง อันนี้น่าจะโอเค เพราะว่าอย่างน้อยก็มีคอมเป็นสื่อกลาง ใช้จาวาเขียน เป็นอันหมดวันเปิดเทอมวันแรกที่แสนเหนื่อย.. อ้อ เย็นวันนั้นมี Welcome Party ของหอโซชิกาย่าด้วย กินฟรีๆ.. เอิ้กๆ แล้วเวลาก็ล่วงเลยมาอีกวัน เรียนไปแล้วอีกวิชา ที่ทางต่างๆก็เริ่มจะไปเป็นแล้วล่ะ เรื่องเหนื่อยๆก็พอดีกว่า เรื่องดีๆก็มีเหมือนกัน ประทับใจเซนเซคนนี้อย่างแรง (หรือเราเป็นพวกประทับใจคนง่ายหว่า เค้าทำดีด้วยหน่อยก็ดีใจแล้ว) ช่วยทุกอย่างตั้งแต่เรื่องลงเรียนภาษาญี่ปุ่น หาข้อมูลแบงค์ เวลาเปิดปิด ทำอินคัง และอื่นๆ (ติวเตอร์ก็มีอยู่หรอกนะแต่ไม่ค่อยเจอ) รวมไปถึงเรื่องหัวข้อวิจัย เนื่องจากเราค่อนข้างจะหัวขาวโพลนมากๆตอนนี้ หัวข้อก็ดูไม่ละเอียดเท่าไหร่ แถมยังไม่ดูไฮโซมีแต่เลข โปรแกรมมิ่งเต็มไปหมดเหมือนกับคนอื่นๆในแล็บ แต่เซนเซพูดว่า เค้าน่ะจบด้าน engineering มา วิธีคิดก็จะค่อนไปทางใช้การคำนวณ เขียนโปรแกรมมากกว่า แต่ถ้าเราอยากจะทำอะไรที่เป็นระดับ psychology ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้เชี่ยวชาญทางนี้ แต่ว่าเราจะมาเรียนไปพร้อมๆกันนะ.. แล้วโชว์หนังสือที่เกี่ยวกับด้านนี้ให้ดูหนึ่งตั้ง.. ซึ้งโคตร.. T____________________________________T はい、私もがんばります。 |
|
|