Kujah's profileKujah's LeaguePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
June 30 ว่าด้วยเรื่องของเซนโตตั้งแต่มาอยู่ญี่ปุ่นก็มีแต่เรื่องเครียดๆ ตลอด ทั้งชีวิตประจำวัน เรื่องเรียน และอื่นๆ สังคมญี่ปุ่นบอกตรงๆว่าไม่น่าอยู่ ตอนนี้ไม่ว่าใครจะมาปรึกษาเรื่องมาเรียนต่อญี่ปุ่น ก็มักจะได้รับคำเตือนจากเราว่า เฮ้ยคิดดีๆนะ มันไม่เหมือนมาเที่ยว ญี่ปุ่นอยู่ยาก คำๆนี้พึ่งจะรู้ซึ้งก็ตอนที่ต้องมาอยู่แล้วเนี่ยแหละ แต่ว่าญี่ปุ่นก็มีสิ่งดีๆมากมายเช่นกัน แน่นอนว่าคนญี่ปุ่นเครียดมากมายเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ แต่เค้าก็มีวิธีผ่อนคลายดีๆ ตอนนี้ที่กำลังติดการไปเซ็นโต (銭湯 : โรงอาบน้ำสาธารณะ) มากๆ อาทิตย์นึงต้องไปสักครั้งให้ได้ คลายเครียดๆ เซ็นโต หรือว่าโรงอาบน้ำสาธารณะ ถ้าเอาความหมายจากที่อ่านในการ์ตูนก็มักจะมีอิมเมจว่าเป็นโรงอาบน้ำสำหรับคนจน หรือพวกคนไร้บ้าน ที่จ่ายเงินเพื่อเข้าไปอาบน้ำ ก็เคยคิดยังงั้นมาตลอดเลยจนได้ไปดูเองจริงๆ ปรากฏว่าผิดกับอิมเมจในการ์ตูนหรือที่เคยได้ยินมา เซ็นโต ก็เหมือนสปาบ้านเราดีๆนี่เอง ที่คนธรรมดาไปกัน เป็นโรงอาบน้ำขนาดใหญ่ ทำเหมือนออนเซ็น แต่ว่าน้ำที่ใช้ในนั้นเป็นน้ำประปาแล้วเอาพวกแร่ต่างๆใส่เข้าไปบ้างเท่านั้น ในขณะที่ออนเซ็นจะเป็นน้ำแร่ตามธรรมชาติ แต่ราคาของการไปออนเซ็นก็แน่นอน สูงกว่า และต้องไปตามแหล่งที่มีน้ำแร่เท่านั้นเช่นตามภูเขา ซึ่งก็คือนอกเมืองโตเกียวนั่นเอง นับว่าโชคดีมากที่หอที่อยู่มีเซ็นโตดีๆอยู่ใกล้ๆ ชื่อว่า yukemurinosato (湯けむりの里) มีสาขาอยู่ใกล้ๆหอเราเลย ขี่จักรยานไปห้านาทีก็ถึงแล้ว เปิดสิบโมงถึงตีสองทุกวัน วันไหนเหนื่อยมากๆ ก็ไปแช่ได้เสมอ ไปแช่ทีไรก็จะไปเป็น ชม. หลังๆนี่เริ่มเหยียด ชม. ครึ่ง สอง ชม. บ้าง ทุกคนมักจะคิดว่าอยู่ไปได้ไงแช่น้ำร้อนๆตั้งเป็นชม. จริงๆเซ็นโตมันไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด ไม่รู้ที่อื่นจะเหมือนกันหรือเปล่า แต่ว่าที่นี่มีบ่อแช่ทั้งในร่มและนอกบ้าน แบบที่มองไปบนฟ้าก็เห็นดาว แช่ตอนกลางคืนรู้สึกดีมากๆ เพราะอากาศจะเย็นพอดีกับน้ำร้อนๆ แล้วจำนวนบ่อก็ไม่ใช่น้อย ๆ ในร่มมีสี่ ข้างนอกมีอีกสาม แล้วก็จำลองทำเป็นเหมือนออนเซ็นคือมีหิน มีน้ำตกเล็กๆ น่ารักดี และมีที่ให้นอนตากลมเล่น เป็นเสื่อตาตามิ นอกจากบ่อน้ำร้อนแล้วก็ยังมีห้องซาวน่าและสตีม ช่วงนี้กำลังติดใจซาวน่า (นรก) เพราะร้อนได้ใจมากๆ พอร่างกายเริ่มชินแทนที่จะอยู่สามนาทีออก ก็เริ่มเพิ่มเป็นสี่นาที ห้านาที แล้วค่อยออกมาล้างหน้า ดื่มน้ำ เพื่อไม่ให้ร่างกาย dehydrate แล้วกลับเข้าไปใหม่ รีดเหงื่อได้ดี.. ก่อนกลับบ้านก็ต้องดื่มอะไรเย็นๆ เหมือนเป็นธรรมเนียม แล้วในเซ็นโต (คิดว่าทุกที่) จะมีตู้กดนมอัตโนมัติ นมก็จะเป็นทั้งรสธรรมชาติ ช็อกโก้ สตอเบอรี่ กาแฟ โยเกิตแบบดื่มก็มี ที่ชอบมากๆคือขวดนมจะมาเป็นแก้วเลย แบบที่ดื่มแล้วก็วางคืนเค้า นมที่ดื่มหลังจากขึ้นจากเซ็นโตจะอร่อยเป็นพิเศษเสมอ อิอิ พักนี้เริ่มมีความคิดว่า ทำไมเราไม่ไปเซ็นโตสักสองครั้งในหนึ่งอาทิตย์ไปเลยละ อิอิ.. เข้าเซ็นโตครั้งละ 450 yen เพราะซื้อคูปองสำหรับสมาชิก นับว่าถูกมากเพราะทำให้คลายเครียดได้เยอะมากๆ แล้วแช่น้ำร้อนๆก็ผิวดีด้วย ได้รีดเหงื่ออีกต่างหาก.. มีแต่ได้กับได้ อิอิ แทนที่จะเอาเวลามานั่งเล่นเน็ทไร้สาระเป็นหลายชม.ต่อวัน เนอะ June 28 I'm a new soulYael NaimI'm a new soul La, la, la, la (21x) See I'm a young soul in this very strange world La, la, la, la (21x) This is a happy end This is a happy end I'm a new soul New soul... (la, la, la, la,...) ------------------------------------------ What a lazy way to up my blog.. haha, recently I've been super busy with stuffs. I will write more later though. I came across this song last night while I was watching Japanese TV program, the lyric and rhythm really did catch my ears. Please give it a try here. http://www.jango.com/play/yael+naim/new+soul/ June 21 Busy life ไม่ได้เขียนไดอารี่นานโคตรๆ จริงๆที่หายไปก็เพราะว่ายุ่งมากกับเรื่องเรียน และก็คอมเจ๊ง แหะๆ พอติดปัญหาลง live writer ไม่ได้ก็ขี้เกียจมาเขียนผ่านเว็บเนี่ยแหละ แต่ดองมานานมากไปแล้วต้องเขียนซะหน่อย เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมามีงาน Asean Festival ที่ komaba kaikan เราก็โดนเกณฑ์ไปเดินชุดไทยด้วย ซ้อมก่อนเดินประมาณสิบหก ชม. นอนประมาณสามชม. แล้วก็ไปเดินทั้งยังงั้น แต่ว่าสนุกดีอะ เหนื่อยดี อาหารในงานมีแค่ของไทยที่อร่อย (เข้าข้างประเทศตัวเองสุดๆ) ก็สนุกมากเลย ขอบคุณทุกคนมากๆที่เหนื่อยกันจัดงานนี้ขึ้นมานะคะ สิ่งที่ทำให้เหนื่อยยิ่งกว่านั้นคือวันก่อนหน้านั้นไปเที่ยว Kamakura และ Enoshima แบบไปเที่ยงกลับกลางคืน.. เดินผสมวิ่งเยอะมากเพราะกลัววัดจะปิด และก็กินเยอะมาก จนกระเพาะแทบคราก แต่ด้วยความที่โลภมากเลยกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ขอให้ได้ชิม ขนมญี่ปุ่นอร่อยมากมาย แต่ก็เอียนไปอีกเป็นอาทิตย์เช่นกัน อิอิ ได้ไหว้พระแล้วรู้สึกดีจังอะ อากาศที่นั่นก็ดีมากๆ หลังจากอาทิตย์นั้นก็ยุ่งมากๆมาตลอดเพราะว่าเซนเซสั่งเพิ่ม benkyou kai (study meeting) ขึ้นอีกอาทิตย์ละสองครั้ง ครั้งละหนึ่งคาบ เพื่ออ่านหนังสือ Image Processing ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นให้จบภายในเดือนครึ่ง .. กรี๊ด ก่อนจะถึง benkyou kai คาบนึงต้องอ่านให้ได้หนึ่งบท บ้าตายกันไปข้างนึงเลย แต่ว่าตอนนี้อ่านมาถึงบทที่ห้าและ ประกอบกับการใช้หนังสืออังกฤษควบคู่ และอินเตอร์เน็ทที่รัก ฮ่าๆ ช่วงที่ผ่านมาจิตตกเรื่องเรียนบ่อย ท้อบ่อยมาก แต่ทุกครั้งที่รู้สึกดีขึ้นได้ ก็เพราะว่าเซนเซน่ะเอง เพราะทุกวันนี้แทบจะไม่เห็นเซนเซกินข้าวเย็น ไม่สิ ไม่มีเวลากินเลยมากกว่า โดยเฉพาะวันที่มี benkyou kai กับพวกเรา ไม่ว่าจะไม่เข้าใจเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนเค้าจะสอนให้จนกว่าจะเข้าใจ ปัญหาเรื่องภาษาญี่ปุ่นเป็นปัญหาหลักก็จริง แต่ว่าแค่คิดว่าการที่เค้าพยายามใช้คำง่ายๆ หรือว่าบอกความหมายของคำทันทีหลังพูดถึงแล้วคิดว่ามันยากไปรึเปล่า ก็หมายความว่าเค้าแคร์เรามากๆแล้วอะ ลองคิดดูว่าคนญี่ปุ่นทั่วไป (โดยเฉพาะเซนเซโทได) จะมาใส่ใจอะไรกับเรื่องแบบนี้กัน สังคมที่มีความ individual สูงขนาดนี้ แล้วยังจะเรื่องเลขที่เรามักจะไม่เข้าใจอีก.. พอเห็นว่าเซนเซเองก็ลำบากนะ ก็อยากพยายามขึ้นมา.. แต่ถึงแม้ว่าจะยุ่งก็ยังหาเวลาไปร้องเกะไทยถึงรถไฟเที่ยวสุดท้าย และไปเดินเล่นที่ริคเคียว (Rikkyo University) มาแป๊บนึง และไปเซนโตทุกอาทิตย์ แหะๆ ถึงแม้หลังจากนั้นจะบ้าไปเลยเพราะทำงานไม่ทันก็เหอะ.. ชีวิตมันก็ต้องมีบาลานซ์สินะ June 07 Character Goodsพูดถึงญี่ปุ่นก็ต้องนึกถึงตัวละครต่าง ๆ ที่นำมาทำเป็นของเล่นบ้าง ของใช้ ของตกแต่ง เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศแห่งคาแรกเตอร์นั่นเอง.. เมื่อวันก่อนพอดีว่าไปซื้อมือถือกับเพื่อน แล้วด้วยความที่อยู่จนร้านปิดแล้ว (แต่ก็ซื้อ) พนักงานที่ร้านเลยเอาของแถมให้เรา ซึ่งเป็นแค่คนมาด้วย ดีใจ ๆ เลยทำให้รู้ว่าคาแรกเตอร์ของโดโคโมะ เป็นคุณเห็ดน่ะเอง.. น่ารักดี ส่วนของซอฟต์แบงค์ก็เป็นหมากับแมว (พรีเซนเตอร์โฆษณาตอนนี้) และเป็นโลโก้สีฟ้าบนฉากขาวรูปเด็กม.ปลายสองคน (เพราะซอฟต์แบงค์มีแพลน กักคุวาริ ส่วนลดมากมายสำหรับนร.) ของเอยูตอนนี้ก็กำลังโปรโมทเพลงบนมือถือ โดยใช้คาแรกเตอร์กระรอกหางใหญ่ ๆ น่ารักมาก พูดถึงคาแรกเตอร์ ญี่ปุ่นมีคาแรกเตอร์เยอะจนน่าตกใจ ถ้าเดินเข้าไปใน Kiddy Land ร้านขายของสะสมต่าง ๆ คาแรกเตอร์ จะนับคาแรกเตอร์ในนั้นได้มากกว่าร้อยตัวเลยทีเดียว ตั้งแต่ของเบสิก ๆ ที่คนไทยรู้จักดีคือ Sanrio (ลำพังซานริโอ คาแรกเตอร์ก็เกินห้าสิบได้แล้วมั้ง), san-x ผู้ผลิต tare panda, Disney และยังมีบริษัทอื่น ๆ ที่ไม่คุ้นหูแต่ถ้าเห็นคาแรกเตอร์ก็จะจำได้ทันที แล้วแต่ละตัวก็น่ารักมากทั้งนั้น สะสมกันไม่หวาดไม่ไหวเลย ที่เคยติดใจมาก ๆ คือคาแรกเตอร์ Gloomy Bear ของ Mori Chax, Pony Canyon ที่หลายบริษัทนำไอเดียไปทำของเล่นต่าง ๆ มากมาย Gloomy Bear คือเรื่องราวของหมีสีชมพูที่ถูกทิ้งอยู๋ในกล่อง แล้วมีเด็กผู้ชายคนนึงสงสารเลยเก็บมาเลี้ยง แต่ว่าหมีตัวนี้ก็ทำร้ายเจ้าของทุกวัน คาแรกเตอร์ที่ออกมาก็เลยจะมีเลือดติดเสมอที่เล็บหมี (แบบไม่มีเลือดก็มี เพราะคนกลัว) มันคือเลือดของเจ้าของน่ะเอง ฮ่า ๆ .. มือหมีน่ารักมาก ๆ เมื่อก่อนเคยมีมือใหญ่ๆให้เอาแขนสอดเข้าไปได้ที่คิดดี้แลนด์ (เมื่อก่อน = สองปีที่แล้ว.. เอิงเงย..) ไปทีไรก็ต้องไปเล่นทุกครั้ง แหะ ๆ ดูจากรูปแล้วน่าจะเดาได้ว่าอันไหนคือมือหมี Gloomy Bear ช่วงที่ผ่านมาก็ชอบกระต่าย Love ของ Otsuka Ai มากมาย คาแรกเตอร์ตัวนี้กำเนิดขึ้นมาจากปลายปากกาของนักร้องวัยรุ่น Otsuka Ai ที่ร้องเพลงแนวแบ๊ว ๆ แต่ทำนองมันส์และน่ารักมาก น่าจะนิยมร้องในเกะกันนะ.. งืม กระต่าย Love เน้นความแบนของหัวใหญ่ ๆ และที่ชอบที่สุดคือตาของมันน่ะแหละ เป็นเหมือนขีด ๆ ประมาณว่าจะบอกว่า "เอ่ม...." ตลอดเวลา อิอิ ส่วนตอนนี้ในเมื่ออยู่ญี่ปุ่นแล้วก็ชอบทุกคาแรกเตอร์ mamegoma (แมวน้ำไซส์ถั่ว) ที่เคยหาไม่ได้เลยในเมืองไทย ที่นี่ก็มีมากมาย ทั้งแบบตุ๊กตาตัวใหญ่ใน UFO - Catcher (เครื่องจับตุ๊กตา) แบบของเล่นให้กดเอา หรือวางขายทั่วไปตั้งแต่สมุด ปากกา ไปจนถึงหมอนและผ้าปูเตียง.. ชอบมาก ๆ เหมือนกัน แต่ว่าก็ซื้อมาได้แค่สมุด พวงกุญแจ และยางลบเท่านั้นเองแฮะ ส่วน Kapibara san (Capybara จริง ๆ แล้วคือหนูพันธ์ใหญ่ที่สุดในโลก) เรามองว่ามันเป็นคุณม้านะ แต่ว่าทุกคนตอกย้ำว่ามันคือฮิปโป.. ฮือ.. มันคือม้าชัด ๆ ก็เป็นคาแรกเตอร์ที่กำลังฮิตอยู่ตอนนี้ ตอนแรกเห็นแล้วไม่รู้สึกอะไร แต่พอดูไปเรื่อย ๆ เฮ้ยน่ารักแฮะ เลยได้กระเป๋าใส่เหรียญมาหนึ่งอันแบบด่วน (รูปกลางแถวล่างสุด) ส่วนตัวที่พึ่งออกใหม่ kamonohashikamo เป็ดสีเหลือง ๆ ที่กินเมล่อนปังไปด้วย (.. เป็ดกินเมล่อนปังได้ คอนเฟิร์ม) หน้ามันกวนมาก ๆ วันก่อนเลยซื้อแฟ้มมาซะเลย อิอิ
June 03 ยิ้มหวาน ๆถ้าไดอารี่จะต้องถูกเขียนเวลาที่อารมณ์พีค ๆ แล้วถึงจะเรียกว่าเขียนได้ดี ถ้าไดอารี่จะต้องเขียนเมื่อเกิดเรื่องอะไร แล้วชีวิตคนธรรมดาแบบฉัน ที่มองอะไรก็ตามที่เกิดเป็นเรื่องธรรมดาไปหมด พบกับความผิดหวังมาจนชินแบบฉัน จะเขียนมันได้บ้างไหมหนอ.. วันนี้ในขณะที่นั่งฟังเซมิแล็บ (研究室ゼミ= lab seminar ให้นศ.ในแล็บผลัดกันรายงานสิ่งที่ตัวเองวิจัยให้เพื่อนๆฟัง อาทิตย์ละหนึ่งครั้ง ครั้งละสองคน) ก็เกิดความคิดแปลก ๆ ขึ้นมา what if . . .
คิดไปก็ยิ้มไป . . ไม่รู้ทำไม เกิดอารมณ์ดีขึ้นมา ว่ากันว่า การตัดสินใจของคนเราเนี่ย ถ้าหากว่าตัดสินใจอะไรลงไปแล้ว เกิดอาการที่เรียกว่า second thought ขึ้นมาเมื่อไหร่ หมายความว่า เรายังไม่ได้ตัดสินใจอะไรทั้งนั้น ฉันรู้สึกแบบนั้นเมื่อสองสามอาทิตย์ที่แล้ว ในขณะที่ยังไม่แน่ใจว่าจะทำวิจัยแบบไหน จะเรียนที่ไหน จะตั้งใจเรียนอะไร แต่สุดท้าย ความคิดทั้งหมดจบลงไป ก็เมื่อคุยกับเซนเซนั่นแหละ ไม่มีอะไรบอกได้ และโอกาสที่จะทำได้อาจจะน้อยมาก แต่ว่าในเมื่อเลือก และถูกเลือกให้มาทางนี้แล้ว คิดได้อย่างนี้ ก็อารมณ์ดีขึ้นมา. . (เอ๊ะ เรียนหนักจนเพี้ยนไปแล้วเหรอ ? ) กัมบารุ . . |
|
|