Kujah's profileKujah's LeaguePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 26

    hatsu happyou

    พรีเซ้นท์ครั้งแรก..

    จบไปได้ด้วยดีค่า.. อิอิ ด้วยความร่วมมือของเพื่อนๆในแล็บ และเซนเซ ทุกคนต่างก็ลุ้นให้พูดไปได้ตลอดรอดฝั่ง เพราะพรีเซ้นท์เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งดุ้น.. เหอๆ รวมเวลาทั้งหมดประมาณชม.นึง..

    แต่กว่าจะเข้าใจพวกกราฟ หรือสูตรเลขต่างๆได้ ก็เล่นเอาหัวหมุนไปหลายวันอยู่เหมือนกัน..

    หลังจากนี้ก็ต้องเตรียมเจอศึกหนัก ทำความเข้าใจทุกอย่างในเปเปอร์นั้น แล้วก็เขียนโปรแกรมเทสต์ จะรอดมั้ยเนี่ย

    เอาฟระ ตั้งใจๆ..

    วันนี้พรีเซ้นท์เสร็จแล้วก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก ขอพักผ่อนแบบไม่ต้องคิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องเรียนสักวันสองวันละกัน พรุ่งนี้มีแพลนจะซื้อไอแม็ค หลังจากอยากได้มาหลายเดือน.. จนปะป๊าถามแล้วถามอีกว่าสรุปจะซื้อรึเปล่าฟะ เอาน่ะ ให้รางวัลกับตัวเองนิดนึง (ยังกะลำบากเหลือเกินน่ะ..) แล้วก็ตอนเย็นจะไปดูฮานาบิอีกรอบ จะเป็นครั้งที่สามในอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้วละ ใส่ยูกาตะอีก อิอิ ชอบๆ พรุ่งนี้จัดที่สุมิดะกาวะ เป็นฮานาบิที่ใหญ่ที่สุดของโตเกียวในทุกๆปี คนต้องเยอะมากๆล้นหลามสุดๆ เตรียมตัวไปฟาดฟันกันทีเดียว..

    สมกับเป็นหน้าร้อนอย่างแรง

    July 21

    Hanabi

    งานดองไว้มากมาย แต่ก็ยังแอบมาอัพบล้อก ก็แหมคนเราก็ต้องพักผ่อนบ้างสิเนอะ

    ช่วงนี้ใครๆก็พูดถึงดอกไม้ไฟ เพราะว่าที่ญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่หน้าร้อนอันโหดร้ายแล้ว แต่หน้าร้อนก็มีเรื่องน่าสนุกๆเยอะ คือการใส่ยูคาตะไปดูงานดอกไม้ไฟ งานวัดต่างๆ ไปทะเล บิกินี่ น้ำแข็งไส ไอติม แกงกะหรี่ ปลาหมึกปิ้ง (เอ๊ะทำไมมีแต่เรื่องของกินแล้ว) บ้านผีสิง ที่สำคัญคือ.. ปิดเทอมหน้าร้อน ค่า..

    ต่อให้บอกว่าปิดเทอม ก็แค่หมายถึงไม่มีเรียนเท่านั้น เพราะสำหรับแล็บเรา ปิดเทอมคือเวลาที่เราจะได้ทำวิจัยอย่างเต็มที่.. ฮึกๆๆๆๆๆๆ ยังคงมี benkyoukai 勉強会 อาทิตย์ละสองครั้งเหมือนเดิม.. แค่ไม่มีวิชาอื่นเรียนเท่านั้นเองละ

    หน้าร้อนนี้ใครๆก็หนีร้อนกลับไปเมืองไทย แต่ว่าเราอดงะ เนื่องจากจะไป SIGGRAPH 2008 ที่แอลเอ (พูดซะหรูหรา จริงๆคือแค่ไปเดินดูงานเท่านั้นไม่ได้ไปพรีเซ้นท์อะไร ก็ซิกกราฟมันเป็นความฝันสูงสุดของวงการคอมกราฟฟิกเลยนี่หน่า) อาทิตย์นึง และก็มีเบงเคียวไกตามปกติ ส่วนสิ้นเดือนเก้าก็มี gasshuku 合宿 หรือแคมป์เซมินั่นเอง คือทุกคนที่เรียนด้านนี้ก็ไปเข้าค่ายกันสามวัน แล้วพรีเซ้นท์งาน เดินดูพรีเซ้นท์ของคนอื่น หมายความว่าเราจะต้องพรีเซ้นท์อะไรสักอย่างให้ทันแคมป์นี่.. กรี๊ด

    เรื่องเหนื่อยๆ พอไว้ก่อนดีกว่า.. ในช่วงที่งานล้นขนาดนี้ก็มักจะแอบออกไปเที่ยวเสมอๆ เสาร์ที่ผ่านมาไปเดินดูงาน shodo 書道 มา ก็โอเคถึงแม้จะอ่านไม่ออกแต่บังเอิญเจอบางคำที่อ่านออกบ้าง เลยเกิดแรงฮึดอยากเรียนภาษาจีนขึ้นมาอีกแล้ว (ฮึดประมาณสองสามชม. แล้วก็หายไป).. ส่วนวันอาทิตย์ก็.. ตั้งใจจะอ่านหนังสืออยู๋บ้าน แต่เห็นว่าใครๆก็ชวนไปดูฮานาบิที่โยโกฮาม่ากัน ก็เลย.. ไปก้อได้วะ.. ช่างมันละ เปเปอร์ภาษาญี่ปุ่นวิชา Reading (จริงๆก็กลับมาทำตอนกลางคืนน่ะแหละ) แต่ว่าเป็นการตัดสินใจที่รวดเร็วมาก หอบยูกาตะไปแต่งห้องเพื่อน แล้วก็ออกเดินทางไปโยโกฮาม่ากันเลย..

    ทุกคนที่ไปด้วยกันคงจะรู้สึกเหมือนเราว่า พวกเราใช้เวลานั่งรถไฟไปเพื่อดูดอกไม้ไฟ นานกว่าเวลาจริงๆที่ได้ยืนดูซะอีก.. และก็เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการกินและเดินดูของ ตื่นตาตื่นใจเพราะตรงนั้นมีห้างใหญ่.. เอ่อ.. และ ติชมยูกาตะคนอื่น กำ.. แล้วก็ขากลับรอรถไฟประมาณชาติเศษได้ เพราะไม่ได้นั่งซักทีก็รอไปๆๆๆๆ เรื่อยๆ..

    สุดท้ายกลับมาก็ได้มาหม่ำพาสต้าที่ชิบุยะ อร่อยมากๆ สรุปจะไปถึงโยโกฮาม่าทำไมเนี่ย กินก็กินที่ชิบุอยู่ดี..

    ฮา....

    hanabi2 

    hanabi3

    July 17

    where am i

    หรือว่าเราเป็นคนโง่ ที่ดันหลวมตัวเข้ามาอยู่ในโลกของคนบ้ากันเนี่ย

    เอิ้กๆ.. พูดคำนี้ขึ้นมาหัวเราะเฮฮากันใหญ่

    เมื่อวานรู้สึกแบบนี้จริงๆ ด้วยความที่ทำอะไรก็ไม่ได้ โปรแกรมมิ่งก็คิดไม่ออกเลย อะไรง่ายๆ ก็ตันไปหมด

    งงไปหมด..

    ท้ออีกแล้ว ท้อเข้าไป ท้อได้อีก

    ขอบคุณเพื่อนๆ ที่อยู่กับเราวันที่เราท้อ เราทุกข์

    ขอบคุณพ่อแม่ที่ให้กำลังใจเสมอ ไม่ว่าเราจะงอแงแค่ไหน

    ไม่ว่าจะเกิดอะไรในอนาคต ตอนนี้อย่างน้อยก็ต้องตั้งใจในสิ่งที่เลือกมาแล้ว เพื่อจะได้ไม่เสียใจในภายหลัง

    ถึงแม้ว่าบางที อารมณ์ท้อก็เกิดกันง่ายๆ ก็เถอะนะ..

    - - -

    เปลี่ยนอารมณ์ด่วน

    ช่วงนี้กำลังติดกินเอเวียงมากมาย มันคือน้ำเปล่าใส่กัญชาน่ะเอง ฮ่าๆ แต่ว่าคิดในแง่ดี ก็ดีกว่ากินน้ำหวานตลอดเวลา อย่างน้อยเสียเงินให้กับน้ำเปล่า ก็ดีต่อสุขภาพ (แถมมันยังเป็นน้ำจากเทือกเขาที่ฝรั่งเศสซะด้วย คงมีอะไรดีแหละ มั้ง)

    ที่ญี่ปุ่นจะชอบมีแคมเปญกับพวกน้ำต่างๆ ถึงแม้ว่าของไทยก็มี แต่ว่ามีความรู้สึกว่ายังไงญี่ปุ่นก็น่าเล่นกว่ากันเยอะ เพราะว่าต้องใช้เน็ทเข้าไปสมัคร เว็บก็ทำน่าสนใจ สามเดือนที่ผ่านมาก็เล่นของ Liptop Peach Tea เป็นกล่องน้ำชารสผลไม้ขนาด 500 ml ที่จะติดสติกเกอร์ให้ไปเช็คว่าถูกรางวัลรึเปล่าได้ในเน็ท (รางวัลก็คือที่ห้อยมือถือลิปตัน) มีความรู้สึกนิดๆว่า ตั้งแต่มาเรียนที่นี่ก็กินชาพีชนี่เกือบทุกวัน เป็นเวลาสามเดือน และก็เช็ครางวัลตลอด แต่ไม่เคยได้ ฮ่าๆ น่าเศร้าจิงๆ แต่อารมณ์ตอนใส่ตัวเลขก็สนุกดีนะ แอบลุ้น

    ช่วงนี้หน้าร้อน ที่ญี่ปุ่นเลยมีแคมเปญแบบนี้กับน้ำทุกประเภท รวมถึงเอเวียงด้วย ตอนนี้กำลังเริ่มสะสมแต้มละ อิอิ

    ญี่ปุ่นก็มีอะไรน่าเล่นดีเหมือนกันแฮะ

    July 11

    สิ่งที่ได้เรียนรู้นับตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ (ภาคสอง.. ประเทศญี่ปุ่น มหานครโตเกียว)

    เหมือนที่เคยเขียนในเอนทรี่สองปีที่แล้ว มาอยู่ที่นี่ได้สามเดือนได้รู้อะไรบ้างเนี่ย นอกจากเรื่องเรียนที่ยังไม่ค่อยอยากจะพูดถึงในตอนนี้ เขียนเรื่องความเป็นอยู่ก่อนละกันเนอะ

    • เรื่องของจักรยาน - การขี่จักรยานด้วยมือเดียว - ประเทศญ๊่ปุ่นจักรยานต้องเปิดไฟตอนกลางคืน - จักรยานชนกับรถแล้วคนไม่ตาย ประสบการณ์ตรงกับตัวเอง เอิ้กๆ ชนแล้วต่างคนต่างไป - การสูบลมยางจักรยานด้วยตนเอง .. หลังจากสูบลมแล้วรู้สึกขี่จักรยานได้ดีขึ้นมากมาย - จักรยานเสียค่าจอด แต่จะจอดแบบลักไก่ก็ได้ ถ้าหายก็ตัวใครตัวมัน
    • ผู้หญิงญี่ปุ่นมีของมากมายในกระเป๋าและมันจะถือกระเป๋าถือหนึ่งอัน และกระเป๋าใส่ของ (อะไรไม่รู้) อีกหนึ่งใบเสมอๆการที่ถือของหนักตลอดเวลาทำให้เตี้ยลงรึเปล่านะ?
    • ร่มที่ไม่มีที่เกี่ยวแขนช่างถือลำบากนัก เพราะเราต้องถือกระเป๋าถือ และกระเป๋าใส่ของ ซึ่งแขนอีกข้างต้องไว้ทรงตัว
    • ไม่ควรซื้อร่มพับได้เพราะมันเล็กเกินไป และเวลาฝนตกลงมาจริงๆ ไม่เคยช่วยอะไรได้เลย สรุปคือจะมีไว้ทำไมก็ไม่รู้ ฮ่าๆ
    • อยู่ญี่ปุ่นต้องใช้ร่ม ซึ่งแตกต่างจากอังกฤษ ที่ฝนตกแต่ใช้ร่มไม่ได้ (เพราะมันจะกลายเป็นพาราโบลาคว่ำ) เพราะว่าญี่ปุ่นลมไม่แรงเท่าอังกฤษ
    • ญี่ปุ่นเรียกการบ้านทุกชนิด ที่ต้องเขียนลงบนกระดาษ ว่า รงบุง (Thesis) ไม่ว่าจำนวนคำจะมากน้อยแค่ไหน จนบางทีก็ตกใจว่าต้องเขียนทีสิสมันทุกวิชาเลยเหรอ.. ในขณะที่การพรีเซ้นท์ต่างๆ ก็เรียกรวมกันว่า หัปเปียว (presentation) ไม่ว่ามันจะเป็นการพรีเซ้นท์ที่เยอะหรือน้อยแค่ไหนก็ตาม ทำให้เราแยกไม่ออกถึงระดับความสำคัญ
    • เด็กโทได (ไม่สิ ห้องแล็บเราดีกว่า) ยินดีมากที่มีวันหยุด (คลาสเรียน) เพราะจะได้เอาเวลาที่ปกติต้องไปเข้าเรียนมาทำวิจัย เช่นเดียวกับปิดเทอมหน้าร้อน จะได้ทุ่มเทเวลาให้งานวิจัยได้เต็มที่
    • ต่อให้เรียกว่างานวิจัย จริงๆแล้วก็คือการนั่งหน้าคอม ในห้องแล็บ .. ทำอะไรสักอย่าง (ซึ่งส่วนมากคือการแช็ท)
    • อยู่ที่นี่ซื้อกับข้าวกินราคาพอๆกับทำเอง (เอ๊ะหรือเปล่า ใครมาโต้แย้งที) ยกเว้นแต่จะทำกินกับเพื่อนทุกวัน
    • รถไฟที่ญี่ปุ่นเวลาเช้า อัดเป็นปลากระป๋องสมชื่อจริงๆ ประมาณว่าเหลือที่ 10 เซนก็จะเอาขาเข้าไปหนึ่งข้าง แล้วค่อยๆดันตัวเองเข้าไป ให้ไม่โดนหนีบ.. ก็พอแล้ว
    • ซึ่งไม่ว่าผู้หญิงจะสวยหรือผู้ชายหน้าตาดีแค่ไหน ตอนพยายามดันตัวเองเข้าไปในรถไฟตอนแน่นๆ จะดูเลวร้ายมาก (ในสายตาของคนที่อยู่ข้างในเพราะโดนดัน) แต่ว่าหลังจากนั้นทุกคนก็จะลืมเพราะชินแล้ว และทำหน้าเหมือนไม่มีอะไร
    • ส่วนใหญ่ร้านข้าวที่ญี่ปุ่นถ้าเราขอข้าวน้อยๆ (sukuname gohan) มักจะลดให้เรา ตั้งแต่อยู่มายังไม่เจอที่ไม่ลดให้เลย
    • อัจฉริยะมีจริง
    • แต่คนที่เราเห็นว่าเป็นอัจฉริยะ โดยมาก จริงๆแล้วคือคนที่โคตรขยัน และจัดเวลาได้ดีกว่าคนอื่นหลายเท่านัก
    • พยากรณ์อากาศที่ญี่ปุ่นตรงกว่าหลายๆประเทศในโลก อย่างน้อยก็มีคนเชื่อมาก ถ้าเค้าบอกว่าวันนี้ตอนบ่ายฝนจะตก ตอนเช้าจะเห็นคนถือร่มเดินไปมามากมาย (ถึงแม้แดดจะออกอยู่ และบางทีทั้งวันมันก็ยังไม่ตกก็มี)

    มีอีกมากมาย แต่ลืมแล้วงะ อิอิ

    July 06

    เหนื่อยจนไม่มีเวลา.. พระราชวังอิมพีเรียล อาซากุสะ และจบที่คาราโอเกะไทย

    ถึงจะบ่นแต่ก็ยังอยากอัพบล้อก เคยถามตัวเองเหมือนกัน ถ้ามีเวลามานั่งอัพบล้อก ก็ไปนอนซะดีกว่ามั้ย จะได้ไม่ต้องมาบ่นว่าเหนื่อยๆ แต่สำหรับเราการเขียนบล้อกมันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เหนื่อยมากขึ้น อย่างน้อยเขียนแล้วอนาคตมาเปิดดูก็รู้สึกดีเสมอๆ โดยเฉพาะในวันเหงาๆ กิจกรรมที่มักจะทำก็คืออ่านไดอารี่เก่าๆของตัวเอง แล้วก็นั่งยิ้มไปคนเดียว

    ญี่ปุ่น... โตเกียว ณ ตอนนี้ร้อนมากๆ วันนี้อุณหภูมิทะลุถึง 33 องศาเซลเซียส ถ้าเป็นที่เมืองไทยก็คงเฉยๆ เพราะว่าอยู่จนชิน แต่ด้วยความที่มันคือญี่ปุ่น มันไม่มีอิมเมจอากาศร้อน (เพราะยังไม่เคยมาอยู่ตอนหน้าร้อนนั่นเอง) รับไม่ได้ๆๆ..

    อาทิตย์ที่ผ่านมาก็อากาศร้อนติดต่อกัน ทำให้ร่างกายอ่อนล้ามาตลอด เมื่อวานก็ไปตะลอนทัวร์ชิบุยะ เดินมันแทบทุกห้างกับเพื่อน ช่วยหาซื้อของก่อนเค้ากลับเมืองไทย แต่สุดท้ายก็ได้ของที่ต้องการ ค่อยยังชั่วหน่อย แต่เดินขาลาก และก็ร้อนมากๆเลยด้วย อ้อ จับตุ๊กตาได้มาด้วยแฮะ ดีจัยๆ

    วันนี้หนักหนาสาหัสกว่า เพราะอากาศร้อนกว่าเมื่อวาน ออกไปตะลอนทัวร์ตั้งแต่เช้า เป็นไกด์โตเกียวจำเป็น.. และแล้ววันนี้ก็ได้เรียนรู้สายรถไฟของ Tokyo Metro มามากมาย สนุกดีเหมือนกันถึงแม้จะเหนื่อยมาก ตั้งแต่จากหอไป Tokyo ekiเดินพระราชวังอิมพีเรียล (กลางแดดเปรี้ยง ๆ ไปถึงได้ถ่ายรูปข้างหน้าแล้วกลับ..) หลงทางใน Hibiya eki ทั้งๆที่ตอนมามาจาก Tokyo eki ไปเดินอาซากุสะ หม่ำน้ำแข็งไสร้านที่เมลอนปังอร่อยๆ แล้วก็กลับมาเดินหาโรงแรมที่จะวอล์กอินกันขาลากที่ shibuya ไม่เจอเลยมาต่อที่ ikebukuro ขึ้นสายใหม่ Fukutoshin ไฮโซ ชอบๆ แล้วก็ไปคาราโอเกะไทยต่อที่ร้าน มะละกอ shinjuku (รู้สึกเหมือนเรื่องแบบเดียวกันเคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนสองเดือนก่อน) แต่กลับรถไฟก่อนสุดท้าย เลยยังโอเคอยู่..

    เซนโตคงไม่ได้ไปอีกพักใหญ่ๆ ยกเว้นจะมีฝนตกแล้วอากาศหนาวทันทีทันใด..