Kujah's profileKujah's LeaguePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 28

    Happiness is back here

    ตอนนี้อยู่เมืองไทยแล้วค่ะ พึ่งกลับมาได้ประมาณ 4 วัน แต่เหมือนกลับมาแล้วประมาณ 4 เดือน เจอเพื่อนไป 5 กลุ่ม กินหนักทุกมื้อ กรี๊ด อ้วนขึ้นสุดๆแหงๆ

    เมื่อวานตอนขับรถไปหัวหมากเพื่อไปกินกับคอม 22 ที่ร้านพี่นกเล็ก Aftermoon เออโปรโมทซะเลย ร้านนี้ข้าวอร่อยมากมาย แต่งร้านน่ารักมากๆด้วย ก็นึกอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง เลยอยากจะมาเขียนลงบล้อก

    ความสุขของคนเราอะ มันอยู่ที่ไหนกันนะ คนหลายคนพยายามแสวงหาความสุขกันเหลือเกิน ตามหาไปสุดหล้าฟ้าเขียว เค้าเจอกันรึเปล่า

    บางคนก็บอกว่า ขอแค่มีเงินเยอะๆ สุขเวลาเห็นตัวเลขในบัญชีเพิ่ม
    บางคนก็บอกว่า มีความสุขเวลาได้กินของอร่อย ๆ
    บางคนก็มีความสุขเวลาอยู่กับเพื่อนฝูง หัวเราะเฮฮา ไปเที่ยวกลางคืน และอื่นๆ
    บางคนบอกว่า สุขใจที่ได้มีเธอ (อ๊ะ เสี่ยว) แค่มีกันและกันก็มีความสุขแล้ว
    บางคนก็สุขกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือบางคนสุขกับเรื่องใหญ่ ๆ
    . . .

    ความสุขของคนเราแตกต่างกันออกไป น่าเสียดายที่คนบางคนหาความสุขไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะไม่เคยพอใจกับอะไรเลย ในขณะที่คนบางคนที่มีไม่เยอะ แต่ว่ามองอะไรก็มีความสุขไปหมด

    กลับมาคราวนี้ เราก็พบความสุขเล็ก ๆ ของเรา เหมือนทุกที ความสุขที่ไม่ต้องไปหาที่ไหน ไม่ต้องทำงานใช้เงินซื้อ ไม่ต้องตั้งใจทำแล็บเพื่อให้ได้มันมา เป็นความสุขที่ยั่งยืน ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ได้มันมา หรือไม่ว่าเราจะเปลี่ยนไปแค่ไหน มันก็จะยังคงอยู่ตลอดไป

    ความสุขที่ได้อยู่กับครอบครัว เห็นรอยยิ้มของพ่อแม่แค่นั้นก็มีความสุขสุด ๆ และ
    วินาทีที่มะม้ามากอดตอนออกมาจากสนามบิน
    แค่ได้นั่งกินข้าวมันไก่กับปะป๊าในร้านเล็กๆ ๆ ร้านนึง เจ้าประจำ แล้วคุยกันเรื่องไก่...
    นั่งกินน้ำชากับอาม่า จับมืออาม่าแล้วคุยเรื่องทั่ว ๆ ไป
    . . .
    ก็เป็นช่วงเวลาที่มีค่ามากมาย และคุ้มมากมายเหลือเกินกับค่าตั๋วเครื่องบินกลับ และค่าของฝาก อิอิ

    ความสุขที่หาไม่ได้จากที่ไหน แต่อยู่ที่นี่เท่านั้น.. ไม่ว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ว่ายังไงมันก็คือบ้านเกิดของเราอยู่ดี

    September 15

    Kiss X2

    ของเล่นใหม่..

    Kiss X2 + Tamron 17-55 F2.8 ตลอดช่วง..

    หุหุ.. หลังจากโดนด่าในเซมิแบบเลวร้ายเมื่อวันศุกร์จนแทบจะร้องไห้ ขอให้รางวัลกับชีวิต (ที่สามารถยืนโดนด่าได้เป็นชม.) เหอะนะ
    และเงินเดือนที่ทำงานก็ออกแล้ว ถึงแม้จะน้อยนิดก็เหอะ ฮ่าๆ.. (ทั้งๆที่ ใช้ไปประมาณสิบห้าเท่า)..

    ประเดิมกับทงคัตสึช็อตแรก.. และวิวชินจูกุฝั่งตะวันออกยามค่ำคืนค่ะ

    tonkatsu

    shinjuku

    ต่อด้วยทดลอง F2.8 แบบซูม.. กับโค้กใน jihanki (自動販売機 jidouhanbaiki : ตู้ขายของอัตโนมัติ) ที่ cafeteria ในหอ

     coke

    ทั้งคุณภาพรูป สี ความละเอียด มันแตกต่างกันมากมายจริงๆ

    อ้อ รูปทุกรูปในนี้ลงแบบไม่ได้ปรับอะไรทั้งสิ้นนะคะ เพียวๆจากกล้อง แค่รีไซส์อย่างเดียว หุหุ

    September 07

    ต่อจากเช้าที่ไม่สดใส

    ต่อจากเช้าที่ไม่สดใส..
    ก็เป็นเย็นที่แสนจะแฮปปี้สินะ

    ไปเที่ยวบ้าน นาโอะจัง กับ ริกะจัง มา จริงๆก็คือบ้านของเพื่อนพ่อที่เป็นคนญี่ปุ่นที่นี่น่ะแหละ ลูกสาวโตๆกันแล้ว (คือ 5 กับ 10 ขวบ..) น่ารักมากมาย สามปีที่แล้วมาเรียนที่นี่ ริกะยังพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง พึ่งเริ่มเดินนิดหน่อยเอง

    เล่นเครื่อง Wii กันสี่คน กับสาวน้อยสองคน และ คุณแม่เค้า สนุกสนาน แต่ว่าเกมมาริโอคาร์ทแอบยากมากๆ ไม่เข้าใจเด็กสมัยนี้เล่นกันได้ไง .. หรือว่าเราแก่เกินไปแล้วนะเลยเล่นเกมของเด็กๆไม่ได้ ฮ่าๆ..

    แต่ติดใจ Wii Sport โยนโบลิ่ง (เพราะเป็นเกมเดียวที่เราชนะ..) และก็ตีเทนนิสก็สนุกมากมาย เข้าใจเลยว่าทำไมเครื่องนี้มันฮิตกันจัง.. อยากได้เหมือนกันนะ แต่ว่าเล่นคนเดียวคงจะเหงาน่าดู เดี๋ยวจะยิ่งเหงาทวีคูณ อิอิ

    เครื่อง Wii ไฮโซตรงที่ (อ๊ะ จะเขียน Wii Review ตอนนี้เนี่ยนะ เครื่องมันออกมาตั้งเป็นชาติแล้ว) มันจะเก็บข้อมูลผู้เล่นเป็นหน้าตาคน และเดินไปเดินมา ไม่ว่าจะเล่นเกมอะไรก็เลือกชื่อผู้เล่นนี้ และหน้าคน (ของเราที่เราเลือก) ไว้ออกมาได้เลย เหมือนอยู่ในนั้นจริงๆ.. เกมสำหรับเด็กๆที่เหมือนจะมากับตัวเครื่องก็เช่น ใช้จอยสติ๊ก (ซึ่งเคลื่อนไหวตามที่มือเราขยับ เหมือนเม้าส์) หาตัวคนที่หน้าเหมือนกันเดินกันยั้วเยี้ย หรือว่าพวกเกมยิงนก ซึ่งก็จะมีทั้งเป้าต่างๆออกมา บางทีก็มีหน้าเราออกมาถ้าเรายิงโดนหน้าตัวเองก็เสียแต้ม น่ารักมากๆ สนุกมากเลยอะ แต่มันเป็นเกมกิจกรรมในครอบครัวจริงๆ ถ้ามีลูกค่อยซื้อให้ลูกเล่น (ป่านนั้น เครื่องนี้คงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของเก่าไปแล้ว)

    แล้วสี่สาว (เรา นาโอะจัง ริกะจัง คุณแม่ของสองสาว) กับหนึ่งหนุ่ม (ปะป๊าสองสาว) ก็ไปกินซูชิอร่อยมากๆ ใจกลางกรุงโตเกียว เขตที่โคตรจะแพง ขนาดว่าแมนชั่นเค้าใช้ชื่อว่า The Center สูง 38 ชั้นที่มองออกไปเห็นหมด ชิบุยะ ชินจูกุ อิเคะ.. ไฮโซวมากมาย

    และก็ต่อด้วยคาราโอเกะ แน่นอน ที่เดิม Darts Bar ที่สนิทกับเจ้าของเลยเปิดห้อง V.I.P ให้เด็กๆร้องเพลงเด็กๆกันสนุกสนานถึงเที่ยงคืน.. กรำ.. สอนเด็กให้เที่ยวกลางคืนตั้งแต่อายุ 5 ขวบ

    ปะป้าเด็กทั้งคู่บอกว่า นาโอะจังคุยกะเราเยอะมากทั้งๆที่ปกติไม่ได้เป็นคนพูดมากขนาดนี้ สงสัยเพราะพูดภาษาเดียวกัน... (เอ๊ะหมายความว่าเราอายุสมองเท่ากับเด็กสิบขวบรึเปล่านะ??) ฮ่าๆ.. ประมาณว่า speech pace เดียวกันละมั้ง..

    และแล้ว เช้าของวันที่ตื่นมาแล้วไม่สดใส ก็เปลี่ยนเป็นค่ำคืนที่แสนจะมีความสุขของเรา..
    เด็กๆนี่ทำให้ชีวิตแฮปปี้จริงๆ

    nao_me
    rika

    September 06

    เช้าที่ไม่สดใส

    เช้านี้ตื่นมาไม่สดใส แสบตาไปหมด อาจจะเป็นเพราะว่าเมื่อคืนนอนดึกมาก ๆ นอนก็นอนไม่พอละมั้ง

    แต่ต่อให้ไม่สดใสก็ยังเปรี้ยวจะอัพบล้อก เล่นเน็ท อ่านโน่นอ่านนี่ไปเรื่อยๆ
    ตอบเมลเพื่อน พยายามจะดูทีวีช่องเมืองไทย

    แทนที่จะล้มตัวลงนอนต่อ ทำให้ความเหนื่อยยิ่งสะสม..

    ทำตัวเองจริงๆเลยเรา สรุปแล้ววันนี้ทั้งวันก็ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันอีกแล้ว นั่งเหงาได้เรื่อยเปื่อย บ้าจริง ๆ

    September 03

    Tears

    เคยคิดเหมือนกันว่าคนเราเนี่ยจะร้องไห้ได้ถึงแค่ไหนกันนะ .. น้ำตาในตัวเราเนี่ย จริงๆแล้วมันมีกี่ลิตรกันนะ (ยังคิดจะไปวัดปริมาตรมันอีก)

    มะม้าบอกว่าบางครั้งร้องไห้เพื่อล้างตาออกไป ให้สิ่งสกปรกที่อยู่ในตามันออก ในทางจิตใจ ก็เหมือนให้อะไรไม่ดีๆออกไปจากใจให้หมด
    ร้องไห้ออกมาก็ดีนะลูก ร้องเถอะร้องไป..

    ถึงแม้ว่าเมื่อวานก็ร้องไห้มากมาย ร้องแบบไร้สาระ เดินผ่านที่ไหนก็น้ำตาจะไหล ความทรงจำพรั่งพรู..

    แต่ว่ามันก็ผ่านพ้นไป

    พอเริ่มคิด เริ่มเข้าใจอะไรได้ เริ่มยอมรับสิ่งที่เราไม่เคยมองและยอมรับมัน จากการที่ได้คุยกับคนมากมาย
    น้ำตาก็ไม่ไหลออกมาอีกเลยนับแต่ตอนนั้น

    เวลาแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนแบบไหน ไม่ว่ามิตรภาพที่ยาวนานเป็นสิบปี หรือมิตรภาพที่รู้จักกันแค่ช่วงสั้นๆ หรือเพื่อนออนไลน์ที่ไม่เคยแม้แต่จะพบหน้า..
    ก็ขอบคุณจากใจ

    แล้ววันนี้ จะต้องเจ็บน้อยลงกว่าเมื่อวาน

    -----------------------------------------------------------------------------------------------

    PS - google ออก browser ตัวใหม่แล้ว.. ยังไม่ได้โหลดมาลงเลยแอบรู้สึกว่ามันไม่ค่อยสวยแฮะ แต่จะดีจริงอย่างคำร่ำลือรึเปล่านะ

    September 02

    หนึ่งวัน หนึ่งคืน

    ที่ปวดหัวหนักขึ้นเรื่อยๆ ราวกับหัวจะระเบิดออกมา

    เสียงนาฬิกาที่เดินในห้อง ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ที่ปกติแทบจะไม่เคยสังเกตุมัน

    แสงไฟจากหลอดไฟที่พึ่งเปลี่ยนที่แสบตาจนต้องหรี่ตา

    และดวงตาที่ชื้นๆ แต่ไม่มีน้ำตาจะไหลแล้วล่ะ..

    ขณะนี้.. ตีสี่ครึ่ง ฟ้าเริ่มจะเป็นสีแดงๆ จะเช้าแล้ว..

    ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องไปมหาลัยอยู่ดี เง้อ.. เซนเซนะเซนเซ ทำกันได้ ชิชะ