Kujah's profileKujah's LeaguePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
September 20 เมโมเมโมไม่ได้อัพบล้อกนี้มา 2 ฤดูได้ (นับกันเป็นฤดูเลยทีเดียว) เพราะว่าเดี๋ยวนี้ไปอัพที่อื่นแล้วอะค่ะ แบบ anonymously คิดว่าหลัง ๆ ก็ไม่มีใครเข้ามาอ่านบล้อกนี้เท่าไหร่แล้วด้วยแฮะ.. memo กันลืมไว้ดีกว่า ฤดูใบไม้ผลิ
หน้าร้อนปีนี้ ป่วยซะเกือบ 10 วัน ไปอเมริกาซะ 15 วัน นอกจากนั้นเป็นการทำวิจัย แล็บ แล็บ และก็แล็บ.. งุงิ
June 23 I LOVE YOUをさがしてる - GLAY作詩:TAKURO 作曲:TAKURO 「昨日まで、好きだったモノが急に嫌いになった 過去の別れにいくらキレイな言葉を並べたって人はのみ込めないのさ I LOVE YOU をふいに言うと 「今日を大切にせずに明日はKISSしてくれるの?」 裏通りに並んだ君の名前によく似た花は「愛をそのままに」 I LOVE YOU をふいに言うと Listen to the song here June 10 ในคืนที่นอนไม่หลับ.. ขณะนี้ 4.14 นาฬิกาคืนที่นอนไม่หลับ 1.00 นาฬิกา - นอนพลิกตัวไปมา หลับตา.. แล้วนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้สวดมนต์เลยลุกขึ้นมาสวดมนต์ คืนที่นอนไม่หลับ May 17 Thai festival 2009 @ Yoyogi Parkต่อไปนี้จะเลิกขึ้นต้นบล้อกว่า “ไม่ได้อัพนาน” หรือ “มัวแต่ทำโน่นทำนี่ เลยหายไปเป็นชาติ” แล้วนะ.. เพราะมันขึ้นทุกครั้งที่เขียนบล้อกที่นี่เลย เบื่อแล้วอะ อิอิ ณ โตเกียว.. ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่อากาศดูเหมือนฝนจะตกตลอดทั้งวัน วันนี้ตื่นเองอีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนก็นอนดึกทีเดียว ตั้งแต่เช้าเพื่อน ๆ ก็ชวนไปงานไทยเฟสอีกรอบ แต่ไปมาแล้วเมื่อวานก็เลยยืนยันว่าจะไม่ไปเด็ดขาด.. พอเล่นเน็ทไปสักพักก็เริ่มหิว ก็เลยเริ่มวันแบบปกติของเรา ด้วยโยเกิตและผลไม้ มื้อกลางวันของเราเป็นอาหารทำเอง ที่ไม่ได้ทำมาประมาณ 1 เดือนได้ (ถ้าไม่นับที่ไปฝากท้องกับครัวคนอื่น ฮ่า ๆ) ของง่าย ๆ เช่นไข่เจียว หมูผัดน้ำมันหอยและต้นกระเทียมของโปรด และข้าวนุ่ม ๆ ของญี่ปุ่นไฮโซที่ลงทุนซื้อแบบแพงหน่อยเพราะว่านาน ๆ ทำทีนึง (ปีละห้าครั้งได้มั้ง ฮ่า ๆ) มื้อนี้ก้ออิ่มจังตังอยู่ครบ (เพราะวัตถุดิบซื้อไปเมื่อคืน) ดีจัง ๆ กินเสร็จว่าจะมานั่งทำงานที่ดองเอาไว้หลายวันซะหน่อย ป้าคาวามุระที่อยู่แถว ๆ หอ (เป็นอาสาสมัครสอนภาษาให้เด็กต่างชาติ) ก็โทรมาชวนไปงานไทยเฟสติวัล เอ่อ.. เราพึ่งไปมา และก็ตั้งใจจะไม่ไป แต่ว่าป้าแกไม่มีเพื่อนไปจริงจังก็เลย เออฟระ ไปก้อได้ ๆๆ ตัดสินใจในเวลา 10 วิ ขอเวลาห้านาทีแต่งตัว คว้ากระเป๋าแล้วก็ออกไปเลย (ทั้งสภาพที่พึ่งทำกับข้าวเสร็จ) อนึ่ง ป้าคาวามุระอายุ 75 แล้ว แต่ยังแข็งแรงมาก.. ถึงแม้จะยังงั้นก็เหอะ วันนี้เป็นวันที่ลมโคตรแรงในรอบปี ฝนก็ดูเหมือนจะตก เราก็เลยเดาว่าป้าเค้าต้องขึ้นบัสไปสถานีรถไฟแน่ ๆ (การเดินทางจากบ้านไปสถานีรถไฟมี 4 ทางเลือก 1 บัส 2 จักรยาน 3 เดิน 4 แท็กซี่..) ปรากดว่าป้าบอกว่า แน่นอนป้าต้องขี่จักรยานไป.. ก็แบบ กรี๊ด เอาจิงอะ แล้วถ้าขากลับฝนตกทำไงอะคุณป้า.. เค้าก็บอกว่า.. ก็ขี่มือนึงอีกมือถือร่มสิ ถามอะไรแปลก ๆ ค่ะ.. - -" เลยดันทุรังขี่จักรยานไปสถานีกัน ขี่ไปฝนก็เริ่มปรอย ๆ เราก็แบบ เนี่ยฝนตก ฝนตก ฝนตก.. ป้าก็แบบ เหรอ นิดเดียวเองนะ ไม่เป็นไรหรอก.. ค่ะ.. - -" ซื้อตั๋วรถไฟ.. คนแก่ไม่มีราคาพิเศษแฮะ พึ่งรู้ ป้าก็เลยถามเราว่า เค่ง (ตั๋วเดือนแบบไปกลับมหาลัย) ของเราไปถึงสถานีไหน.. ถ้าเอาที่ใกล้สถานที่จัดงานสุดก็ ชิโมะคิตะซาวะ อะค่ะ.. ป้าก็แบบ.. งั้นเราลงชิโมะแล้วเดินไปกันมั้ย (ชิโมะ กับ โยโยงิ โคเอ็น.. ห่างกันด้วยสถานีรถไฟประมาณ 5 สถานีอัพ ถ้าใช้เวลาเดินน่าจะไม่ต่ำกว่า 2 ชม.) เราก็แบบ เอ่อ มันเป็นไปไม่ได้มั้ง เราไปลงที่ใกล้ ๆ กันเหอะ.. ป้าก็แบบ ก็ด้ะ.. (เฮ้ย มันก็ต้องนั่งรถไฟไปอยู่แล้วสิ !!) ไปถึงที่งานก็กิน กิน ซื้อของ เดินชมนู่นนี่ คนก็เบียด มาก ๆ งานไทยเฟสติวัลเรียกแขกได้มากมายทุกปีถึงแม้ว่าอากาศจะไม่ดีก็ตาม เจอเพื่อนสองสามกลุ่มโดยบังเอิญ ก็ดี แต่ฝนก็ดูจะตกตลอดเวลาจริงจัง ลมก็แรงแบบตัวจะปลิว ไม่รู้ว่าเพราะเป็นคนแก่ (มาก) รึเปล่า.. ไปซื้อลูกชิ้นเค้าก็ให้มาฟรีหนึ่งไม้ เลยไม่ต้องซื้อซะงั้น - -" พอไปซื้อมะม่วงที่คนขายเป็นคนไทย คนขายก็ถามว่า.. นี่มากับแม่สามีใช่มั้ยคะ…? กรี๊----------------ด หนูยังไม่ได้แต่งงานค่ะ !!! (ต่อให้สมมติว่าแต่งแล้วแม่สามีก็ไม่น่าจะแก่ถึงขนาดนี้นะคะคุณพี่) ถึงแม้จะรู้สึกแย่ไปนิด แต่มะม่วงก็อร่อยมากค่ะ สมแล้วที่เป็นมะม่วงมหาชนกแบบสุกงอมเต็มที่ กลับบ้าน กลับช่องกันได้ซะที เดินซะเต็มคราบ (ดูโน่นดูนี่ ซื้อโน่นซื้อนี่มากมาย แต่บอกตรง ๆ ว่าอาหารในนี้ ถ้าตั้งใจจะมากินอะไรอร่อย ๆ ไปกินที่ร้านเลยดีกว่าไม่ต้องแย่งกันไม่ต้องเบียด อาหารก็ทำดีกว่าเยอะ เรื่องธรรมดาของการจัดงานพวกนี้ค่ะ) กลับมาถึงที่จอดจักรยาน ป้าทำกุญแจตกหายไปที่ไหนไม่รู้ หากันให้วุ่น สุดท้ายก็ไม่เจอ เลยนั่งบัสกลับบ้าน (แล้วเห็นเค้าบอกว่าจะเอาไขควงมาเอาล็อกออก ซึ่งหวังว่าจะไม่ใช่ด้วยตัวเองนะ ให้ลูกหลานมาทำเฮ้อ) กลับบ้านมาก็ค่อยได้ฤกษ์ทำงาน (ประมาณ 5 นาที) แล้วก็ดูหนังต่อ (อีก 50 นาที) เป็นอันจบวันอาทิตย์ที่น่าจะธรรมดาของเรา เหอ เหอ March 31 Sakuraและแล้วก็ถึงหน้าซากุระของปีนี้ มาญี่ปุ่นได้ปีนึงแล้วสินะ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมากมาย ย้อนกลับไปตอนดูซากุระของปีที่แล้ว ยังจำได้ไม่ลืม แบกกระเป๋ามาจากสนามบินกับเพื่อน ๆ แล้วก็ไปกินอาหารจีนแถว ๆ หอ ซากุระยังบานสะพรั่ง เริ่มโรยลงมาบ้างแล้ว อาทิตย์หนึ่งหลังจากนั้น ซากุระก็โปรยลงริมแม่น้ำจนเป็นสีขาวไปหมด สวยมาก.. คงจะไม่ได้ดูภาพนั้นอีกแล้ว ปีนี้ซากุระก็สวยเหมือนเดิม เคยคิดว่าดอกไม้สีขาวนี่มันสวยตรงไหนนะ ทำไมคนถึงได้เชิดชูกันนัก.. พอได้มาสัมผัสกับมันใกล้ ๆ ก็รู้สึกว่ามีมนต์เสน่ห์ของความเป็นญี่ปุ่นดีแท้ ซากุระ บานแล้วก็ร่วงไป เพราะความที่อยู่ได้น้อยเหลือเกิน คนก็เลยชื่นชมกับมัน ปีนี้ในที่สุดก็ได้ดู hanami กับที่แล็บสมใจ เดี๋ยววันนี้ก็จะไปดูกับเพื่อน ๆ นร.ไทย hanami แปลตรงตัวว่าดูดอกไม้ก็จริง แต่ก็คุยกันจนไม่ได้ดูมากกว่า เพราะเหมือนเป็น event ที่คนนัดมาเจอกัน เป็นการรวมตัวกันก็ว่าได้ ปีนี้ช่วงดูดอกไม้อากาศดีแทบทุกวัน นับว่าโชคดีมาก ๆ เลย รอบ ๆ มหาลัยซากุระก็เริ่มบานแล้ว ทางเดินไป lab รู้สึกน่าดูกว่าทุกที อิอิ น่าเสียดายที่ปีนี้ซากุระคงจะอยู่ไม่ถึง พิธีเข้าเรียน 入学式 เพราะแต่เดิม ซากุระเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มสิ่งใหม่ ๆ ที่ญี่ปุ่นเริ่มชีวิตการทำงาน การเรียน ก็เดือน 4 นี้แหละ เลยถือเอาซากุระเป็นสัญลักษณ์ซะเลย ชีวิตช่วงนี้ ก็ยุ่งเหมือนเดิม มีความรู้สึกว่าเซนเซเริ่มจะไว้ใจโยนงานให้ทำมากมาย ถึงแม้จะไม่ค่อยเกี่ยวกับงานวิจัยก็เหอะ.. ส่วนเรื่องงานวิจัยก็ยังลูกผีลูกคนอยู่ ต้องกำหนดวิธีที่ชัดเจนให้ได้ภายในกลางปี ช่วงนี้ก็อ่าน อ่าน อ่าน.. ศึกษาของชาวบ้านไปเรื่อย ๆ เหอ ๆ กลับญี่ปุ่นคราวนี้ยังไม่มีเวลาอยู่บ้านแบบเต็ม ๆ วันเลยอะ ไม่ไปแล็บก็เที่ยวตลอด หุหุ กุนมะสนุกมากมาย เป็นสถานที่ที่ไม่มีอะไรของแท้ มีแต่ออนเซ็น หนาวมากด้วย หิมะก็ตกสวยงามมม เล่นเกมกันจนดึกดื่น กินแบบไม่แคร์ใคร หุหุ ไว้จะเอารูปมาแชร์ทีหลังนะคะ อีกไม่กี่วันน้อง ๆ ใหม่ก็จะมาอยู่ที่หอแล้ว หอนี้ที่เงียบเหงา (ตอนนี้มีคนไทยอยู่ 3 คน เอิ้ก ๆ ) ก็คงจะคึกคักทันตาเห็นเนอะ ![]() March 13 Tomorrowโหวง โหวง อย่างประหลาด อาจจะเพราะว่าที่ผ่านมา ไปเรียนต่อแต่ละที กลับมาเยี่ยมบ้านก็ไม่เคยเกินหนึ่งครั้งก็เรียนจบ (ก็หลักสูตรปีเดียวทั้งนั้นนี่นะ) แต่คราวนี้เป็นการกลับไทยครั้งที่สอง และพรุ่งนี้ก็จะต้องกลับไปโตเกียวแล้ว เพื่อเริ่มปีการศึกษาใหม่ ในฐานะ นศ.ปริญญาเอก มหาวิทยาลัยโตเกียว (อ้อ สอบผ่านเรียบร้อยแล้วค่า อิอิ) ปีที่หนึ่ง (และยังจะมีอีกหลาย ๆ ปีต่อจากนี้) แค่คิดถึงอนาคต มันก็แตกต่างจากที่ผ่านมาเหลือเกิน คิดถึงบ้านซะแล้ว ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ก็ยังอยู่ในบ้านนี่เอง ความรู้สึกนี้ นร.นอกทุกคนคงเข้าใจกันดี ใคร ๆ จะกลับไปญี่ปุ่นเห็นบ่นกันทุกคนว่าไม่อยากกลับ งั้นงี้ (ยกเว้นแต่มีแฟนอยู่ที่นั่นน่ะนะ อิอิ) จะว่าอยากกลับไปรึเปล่าก็อยากกลับ เพราะอยู่ไทยคราวนี้ การบ้านก็ไม่ได้ทำ (ทำแต่ทำไม่เสร็จ ทำไม่เป็นเลยเลิกทำ เหอ ๆ นศ. ที่ดี) แหงสิ ก็เมื่อเช้าคุย chat กับเซนเซ สารภาพว่าไม่ได้ทำการบ้านล่ะ เซนเซก็พูดว่า..”ผมก็กะไว้อยู่แล้วแหละ หึหึ”.. ขอโทษค่า –“- พรุ่งนี้กลับญี่ปุ่นแล้ว จะตั้งใจเรียนนะ (ถึงแม้ว่ายังมีทริปไปเที่ยวกุนมะรออยู่ กินมิโดริซูชิกับแพนด้า คาคิยาสุกับเอ เซ็นโต คลาสภาษาไทยที่โอโนะทุกอาทิตย์ คาราเต้ และอีกมากมายที่ไม่ได้เกียวกับการวิจัย.. โฮะ โฮะ) February 13 Ski tripสอบเข้าเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ผลยังไม่ประกาศแบบเป็นทางการ แต่ก็ทำดีที่สุดแล้วแหละนะ สอบที่มีแต่ presentation ที่เตรียมมาเป็นเดือน เพื่อนและเซนเซดูให้สองสามรอบ พูดเป็นญี่ปุ่นทั้งหมด ก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น หุหุ พอสอบเสร็จจากคณะ Arts & Science วันแรก (5 กพ.) ก็ไปกินโอโคโนมิยากิ และไปออนเซ็นทันที สบายตัวมากมาย ๆ เนื่องจากคืนก่อนหน้าตื่นเต้นนอนไม่หลับเลยรู้สึกเหมือนพักผ่อนเต็มที่ แต่พอสอบวันที่สอง (7 กพ.) (ของ iii) ก็ไม่ตื่นเต้นอะไรแล้ว เดินถ่ายรูปเล่นกะเพื่อนสนุกสนานแบบไม่เจียม เพราะสอบที่ฮงโกแคมปัส นาน ๆ จะไปที หุหุ สอบเสร็จก็ไปช้อปปิ้งคนเดียวที่อากิบะ ได้การ์ตูนมาเพียบ และกลับมาจัดกระเป๋า กินข้าวกับอัย แล้วก็ออกไปแล็บตอนเที่ยงคืน เย้.. เพราะว่า 8 - 11 กพ. เรามีสกีทริปไปฮอกไกโดกันล่ะ เครื่องบินออก 6.30 เช้ามาก ๆ ก็เลยไปค้างแล็บกันหมดทุกคนยกเว้นเซนเซที่มั่นใจว่าเดินมาสถานีทัน สรุปว่า เป็นการตัดสินใจที่อนาถมากที่ไปค้างแล็บ เพราะเป็นการเปลืองพลังงานแบบโง่ที่สุดเท่าที่เด็กโตไดจะคิดกันได้ 555 ไม่ได้นอนเลยแม้แต่ 1 นาที มัวแต่เล่นมาริโอเทนนิสกันทั้งคืน อ๊าก.. และแล้วก็ถึงเวลา 4.40 วันที่ 8 กพ. เราก็เริ่มเคลื่อนย้ายตัวกันออกมา ที่สถานี komaba todai mae ก็เจอเซนเซยืนรออยู่ ไปขึ้น shihatsu รถไฟเที่ยวแรกกันล่ะ คนเยอะแบบไม่อยากเชื่อ ครึ่งนึงเป็นพวกแบกสกี หรือสโนว์บอร์ดกัน แสดงว่าจุดประสงค์เหมือน ๆ กัน อิอิ ไปถึงสนามบินแบบเกือบ ๆ จะไม่ทัน แต่ก็หวุดหวิด แล้วก็เหินฟ้าสู่ฮอกไกโดค่า วินาทีที่เครื่องลง shin chitose airport ทุกคนตื่นเต้นเพราะว่ามันเป็นสีขาวหมด สวยมาก ๆ แถมหิมะตกปรอย ๆ โคตรจะโรแมนติกเลย.. แต่ว่าเริ่มเหนื่อยกันแล้ว (แหงเดะไม่ได้นอนกันเลย) พอเอากระเป๋าไปเก็บที่โรงแรม ก็ออกมาหาข้าวเช้ากินกัน ทุกคนตัดสินใจกิน soup curry ที่ซูซูกิอุตส่าห์หาข้อมูลมาตั้งใจจะไปกินคนเดียว หุหุ อร่อยใช้ได้ด้วยอะ คนเยอะมาก ๆ ไปรอตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด ตอนที่ร้านเปิดก็มี 10 คิวได้แล้ว ซุปคาเร่เป็นแกงเผ็ด ๆ ที่เลือกระดับความเผ็ดได้ ใส่อยู่ในหม้อที่ตรงกลางนูนขึ้นมาเพื่อเก็บความร้อน แล้วก็มีเนื้อสัตว์ที่เลือกไว้ เหมือนนาเบะ หรือพวกสุกี้ มีผัก และก็กินกับข้าวค่ะ ข้าวจะเป็นแบบมีชีสใส่ หรือเนย และอื่น ๆ เลือกได้ ระดับความเผ็ดที่เราเลือกคืออันกลางอะ ก็อร่อยอยู่แล้ว ซูซูกิกะยาสึดะเลือกแบบเผ็ดสุดด้วยความที่อยากเท่.. หุหุ สุดท้ายก็กล้ำกลืนกันไปตาม ๆ กัน พอกินข้าวเสร็จก็เดินไปดู clock tower หอนาฬิกาชื่อดังของซัปโปโร ที่ไม่มีอะไรเลย พวกที่แล็บบอกเราเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า มันไม่มีอะไรเลยขนาดที่ว่าคนต้องมาดูให้เห็นว่ามันน่าผิดหวังแค่ไหน 55 เราเลยใส่ชื่อเล่นให้มันว่า gakkari tower หรือแปลว่า ทาวเวอร์แห่งความผิดหวัง น่ะเอง อิอิ.. จากนั้นก็ไป Yuki matsuri งานเทศกาลหิมะ แต่เนื่องจากทุกคนเหนื่อยมาก ๆ เพราะไม่ได้นอน แถมหิมะก็ตกแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนมองอะไรไม่เห็น และหนาวสุด ๆ ก็เลยรีบ ๆ เดินดูให้จบ ๆ แล้วกลับมาพักที่โรงแรมกัน ได้แช่ออนเซ็นในโรงแรม แล้วก็ออกไปกิน izagaya กัน ลองกินปูขน ปูทาราบะ ซาชิมิ และอื่น ๆ อีกมากมาย สนุกดีและก็อร่อยด้วย อิอิ คืนนั้นหลับเป็นตายกันทุกคน หุหุ วันที่ 9 กพ. ออกเดินทางแต่เช้าไป niseko เมืองที่มีแต่ภูเขาหิมะและลานสกี นั่งบัสประมาณ 2 ชม.ก็ถึง ละ ไปถึงทุกคนก็ตื่นตาตื่นในที่มันมีแต่สกีจิงจัง 555 เอาของไปเก็บแล้วก็ไปเช่าชุดสกีที่จองไว้ กว่าจะลองเสร็จเรียบร้อยก็กินเวลาเป็น ชม. เซนเซอดใจไม่ไหวเลยหนีไปเล่นสกีก่อนแล้ว ด้วยความที่เซนเซพวกเราเป็นโปรสกีแบบมี license สอนได้ เล่นคอร์สไหนก็ได้ (ไม่มีคอร์สก็เล่นได้ ฮ่า ๆ) กว่าพวกมือใหม่แบบเรา กะ โซซัง จะไปถึงลานสกี (อย่างยากลำบากเพราะสกีมันหนักมากมายง่ะ) เซนเซก็ไปเล่นบนคอร์สสูง ๆ มาจุใจแล้ว เลยมาสอนได้ บ่ายนั้นทั้งบ่ายหัดยืน พอเริ่มเย็นเราก็ลื่นได้แล้ว เซนเซเลยพาไปลื่นบน beginner course โดยครั้งแรกประกบให้เราเกาะลงมาด้วย เพราะว่าสโลปมันชันม๊าก (ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้มาดูแล้วก็เฉย ๆ หุหุ) แล้วทิ้งกลางทาง ก็ลื่นต่อลงมาเองจนจบได้ เย้.. ตอนเย็น ๆ พวกเพื่อน ๆ ก็เลยจับขึ้นลิฟต์ไปเล่นอีกหลายรอบ เหนื่อยมากมาย วันนี้ก็แช่ออนเซ็นสบายที่สุดเลย dotenburo มองเห็นภูเขาหิมะสวยมาก ๆ 10 กพ. ก็ไปเล่นเองแล้วอะ แต่พอดีดันไปบนยอดเขาตอนที่มีพายุหิมะ ก็เลยมองทางไม่เห็น เศร้ามากกว่าจะลงมาได้ ดีที่มีเพื่อนในแล็บคอยดูมาด้วย ใช้เวลา 2 ชม.กว่าจะลงมา ชาวบ้านเป็นห่วงกันหมด หุหุ.. ตอนเย็นเลยต้องไปเล่นที่ง่าย ๆ เรียกความมั่นใจกลับคืนมา แล้วคืนนี้เราก็ออกไป nighter กันด้วยล่ะ สวยงาม คนน้อย สบาย และก็แช่ออนเซ็นแบบนอก โรงแรม เสียตัง แต่ว่าน้ำดีกว่ามากมาย อิอิ ทริปนี้ต้องขอบคุณเซนเซมากที่สุด เพราะว่าตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายที่เล่นสกี เซนเซประกบสอนแบบจากเริ่มหันเดิน จนลื่นลงมาจากสโลปแบบ intermediate ได้ เสียสละเวลาที่ตัวเองจะได้เล่นเองไปเยอะมาก ๆ นี่ถ้าไปจ้างเค้าสอน คงหมดไปหลายหมื่นแน่ ๆ เพราะกว่าจะเป็นมันไม่ใช่แค่ 1 - 2 ชม. อะ.. แถมวันสุดท้าย 11 กพ. เซนเซยังพาไป gift tour คือรูทที่ไปหามาเพื่อให้เราลองไปเล่น แล้วก็สนุกจริง ๆ ด้วยเพราะว่ามันไม่ยาก ไม่ง่าย สูง หิมะนุ่ม และต้องผ่านทางยากนิดหน่อยกว่าจะกลับลงมาได้อะ แต่สนุก และลื่นได้ดีกว่าวันที่สองมากแบบเห็นได้ชัด ถ่ายวีดีโอมาเยอะมากมาย เพราะว่าเอากล้องวีดีโอกันน้ำไปด้วย xacti ที่ซุซูกิเรียกเป็นชื่อเล่นกล้องไปซะแล้ว ฮ่า ๆ.. สรุปแล้วสนุกมากมาย แพงไปหน่อยก็เหอะ แต่ไม่ผิดหวังจิงจัง รางวัลหลังสอบที่ดีมากเลยอะ วันแรกถามเซนเซว่า มาสอนแต่พวกเรา ไม่ได้ไปลื่นเอง ไม่เบื่อหรอ เซนเซตอบกลับมาว่า กรี๊ด--------------------ด ซึ้งค่ะ January 27 ความคิดความคิด By STAMP ยังเดินผ่านทุกวัน ที่ที่เราพบกันเมื่อก่อน ยังจำซ้ำๆได้ทุกตอน ราวกับมีใครมาหมุนย้อนเวลา แต่กับคนย้อนได้แค่หนึ่งความคิด ในชีวิตจริงคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ยืนอยู่ตรงที่เดิม แต่ไม่มีวี้แวว เธอจากไปแล้ว และคงไม่ย้อนคืนมาหา .... *ได้แต่ฝากความคิดของฉันเอาไว้ เผื่อวันไหนเธอผ่านมา เห็นที่เดียวกันนี้ เธอจะนึกขึ้นได้ว่า เคยมีคนนึงยืนข้างเธออยู่ตรงนี้เสมอตลอดมา ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจไม่เห็นได้ด้วยตา ฉันจะฝากเอาไว้อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า .. ฉันยังรักเธอ อยากเจอเธอเหลือเกิน ตั้งแต่ก่อนที่เราต้องเดินแยกทาง ฉันมีความคิดหลายๆอย่าง หลายอย่างเหลือเกินที่ฉันไม่ได้พูดไป แต่กลับมานึกขึ้นได้ในเวลานี้ ในเวลาที่เธอเดินจากฉันไปแสนไกล ถ้าเธอนั้นยังอยู่จะกอดเธอให้ชื่นใจ และค่อยพูดออกไปสิ่งที่อยู่ในใจฉัน (*) เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจไม่เห็นได้ด้วยตา ฉันจะฝากเอาไว้อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า .. มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า ... ... ฉันไม่เคยลืม Listen to the song here January 25 Since the New Year break. . .หยุดปีใหม่คราวนี้ พยายามให้ความสุขกับตัวเองสักสามสี่วัน อย่างน้อยก็ช่วงที่เซนเซยังไม่มาแล็บ (ตามที่เค้าบอกอะนะ เอาเข้าจริง ๆ เฮียโผล่มาตั้งแต่เย็นวันที่ 1 ) ไหน ๆ ก็ไม่ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด ไม่ได้ไปสกีทริป เพราะว่าตั้งใจจะเตรียมสอบแบบเอาจริงเอาจัง แถมอาทิตย์ก่อนหน้าก็พึ่งไปเที่ยวคันไซมาหยก ๆ ถือซะว่าเป็นทริปหน้าหนาวไปแล้วด้วย อยู่โตเกียวก็หนุกได้เหมือนกัน เพราะว่าวันสิ้นปีมีเทศกาล countdown มากมายเต็มไปหมด เรา อัย ท้อปปุ ก็เลยไปที่วัด โซโจจิ กันที่อยู่ใกล้ ๆ โตเกียวทาวเวอร์ มีให้เขียนขอพร แล้วติดลูกโป่ง (ที่ทำจากแป้ง จะละลายไปเองเวลาผ่านไป) จะปล่อยลูกโป่งพร้อมกันตอนปีใหม่เป๊ะ ๆ.. แล้วก็เข้าไปไหว้พระครั้งแรกแห่งปี ( hatsu moude ) กันตอนนั้นเลยล่ะ.. คนเยอะแบบมากมาย แต่ก็สนุก และหนาวมากที่สุดเลยด้วย อาหารมิ้อสุดท้ายของปี ของพวกเราก็คือเนื้อย่างสุดอร่อยที่สถานี suidobashi เป็นเนื้อย่างเกาหลีแบบไฮโซ มิ้อนี้หมดไปคนละ สามพันสาม อิอิ.. ส่วนอาหารมื้อแรกเป็นสิ่วท้อ และเหล้าหวานอุ่น ๆ ล่ะ (ซึ่งไม่อร่อยเลย) สองวันถัดมา ก็เป็นวันช็อปแหลก หรือบ็อกซิ่งเดย์ของญี่ปุ่นน่ะเอง เสียตังไปมากมาย เพราะซื้อถุง fukubukuro (lucky bag) ที่ได้ของที่ใส่ได้บ้าง ใส่ไม่ได้บ้าง ผ้าพันคอสีสดที่ไม่รู้จะเอาไปใส่ตอนไหนเลยต้องเอามาทำเป็นผ้าเช็ดทีวีไฮโซ 55.. ก็สนุกมาก ๆ ไปอีกแบบ กลับเข้าสู่ชีวิตปกติ เดือน มกราคม ทั้งเดือนนี้เป็นเดือนแห่งการทำวิจัยง่ะ.. วุ่นวายกับโปรแกรม และเตรียมพรีเซ้นท์ตอนสอบเข้า แต่ก็ยังมีเวลาแอบไปแจม ๆ งาน kagamibiraki ของชมรมคาราเต้ ไปกินโมจิ และซ้อมคาราเต้นิดหน่อย.. และก็งาน Komaba International Banquet กินฟรี ๆ เลยได้ลองทุบโมจิด้วย สนุกมากมาย.. ^ ______ ^ ช่วงนี้ที่แล็บก็เอาเครื่อง Wii มาตั้ง ก็เลยยิ่งกลายเป็นแหล่งอบายมุขครบสูตร อยากเห็นหน้าเซนเซตอนที่เปิดประตูมาเจอทุกคนกำลังแข่ง Wii Mario Tennis กันอย่างเอาจริงเอาจังจริง ๆ อิอิ สุดท้ายก็ รอสอบเข้าสินะ สู้ ๆ January 09 มีความสุขหรือเปล่ามีความสุขหรือเปล่า Song by : Blackhead หากวันนึงที่ตัวเธอต้องเหนื่อยล้า หากวันนึงที่ตัวเธอนั้นท้อใจ อาจมีคนที่มาทำให้เธอนั้นหวั่นไหว ไม่มั่นใจว่าอะไรที่เธอต้องการ ฉันแค่อยากให้เธอลองฟังฉันสักหน่อย แล้วค่อยๆ ตรึกตรองมองดู เธอนั้นอาจจะมองไม่เห็นที่เธอเป็นอยู่ ลองถามใจเธอดูว่าเธอนั้นรู้สึกอย่างไร เหนื่อยกายไม่ได้แปลว่าทุกข์ สบายไม่ได้แปลว่ามีความสุข อะไรที่มันทำให้เธอนั้นทุกข์ ก็ลองถามตัวเองก่อนตอนนี้ พลาดพลั้งไปใช่ว่าเธอนั้นพ่ายแพ้ แค่เสียใจใช่ว่าเธอนั้นอ่อนแอ อยากถามว่าเธอยังจะสู้หรือยอมแพ้ ไม่ต้องแคร์ว่ามีใครเข้าใจหรือเปล่า ฉันแค่อยากให้เธอลองฟังฉันสักหน่อย แล้วค่อยๆ ตรึกตรองมองดู เธอนั้นอาจจะมองไม่เห็นที่เธอเป็นอยู่ Just ask yourself what do you feel เหนื่อยกายไม่ได้แปลว่าทุกข์ สบายไม่ได้แปลว่ามีความสุข อะไรที่มันทำให้เธอนั้นทุกข์ ก็ลองถามตัวเองก่อนตอนนี้ มีความสุขหรือเปล่า January 07 My New Year Resolution 2009Academic
Non-Academic
December 31 My 2008's New Year Resolution (Last year)วันที่ 2 มค. ของปี 2008 ก็เหมือนทุกปีที่เราจะเขียน New year resolution ในต้นปีใหม่ ส่วนพอจะสิ้นปีก็จะมา evaluate ว่าทำอันไหนสำเร็จไปแล้วบ้าง.. สังเกตุดูเนื้อหาของปีที่แล้ว หลัก ๆ อยู่ที่เรื่องเรียนเลยแฮะ ทำได้แค่ไหนกันนะ ดูต่อเลยดีกว่า Quote มาจากของต้นปีนี้ค่ะ เขียน ณ วันที่ 2 มค. 2008
ผลของปีนี้ เขียน ณ วันที่ 31 ธค. 2008
ตอนนี้มามองดูอีกที ก็เดาออกเลยว่าตอนนั้นเราเครียดเรื่องเรียนมากมายจริง ๆ แฮะ..ทั้ง ๆ ที่ปีนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นเยอะมาก ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องเรียนเท่านั้น เอาล่ะไหน ๆ ก็ไหน ๆ เขียนสรุปข่าวเด็ดของปีนี้ดีกว่า เรียงตามเวลาเลยละกัน
สรุปว่าปีนี้งานล่ามแทบจะไม่ได้ทำ หลัก ๆ เน้นกินข้าวกับคนญี่ปุ่นที่รู้จักมากกว่า และก็ไม่ค่อยได้คุยเรื่องงานแฮะ ปีนี้ทั้งปีเน้น implement เปเปอร์ที่สนใจมากกว่า และก็ยังเรียนเลขไปนิดนึง เซนเซก็สอน image processing แบบติวเข้มให้ช่วงซัมเมอร์ จะว่าพยายามมาทั้งปีก็ได้สินะ.. เอาละ ตามธรรมเนียมญี่ปุ่น สิ้นปีก็ต้อง 一年間、無事で終わりました。お疲れ様でしたです、みんなさんにもお世話になりました。いよいよ新年なので、 หนึ่งปีที่ผ่านมา ในที่สุดก็ผ่านไปได้ด้วยดี ขอบคุณมากกับความพยายามและการดูแลทั้งหลาย ใกล้จะปีใหม่แล้ว สวัสดีปีใหม่ 2009 December 26 Christmas in Tokyoกว่าจะได้มาเขียนเอนทรี่นี้ ก็ดองมาชาติเศษได้ ยุ่งเป็นยุงตีกันเหมือนเคย ตั้งแต่วันเกิดคราวที่แล้ว ก็ยุ่งกับงานวิจัย เตรียมพรีเซ้นท์มากมาย และก็ไปเที่ยวเกียวโต ไปแถบคันไซ ถือเป็น winter trip เราปีนี้เลยแหละ ปีนี้ Christmas มาถึงเร็วมาก ๆ ยังจำได้อยู่เลยว่าปีที่แล้วทำอะไรไป พอถึงเวลาแบบนี้ทีไร เราก็มักจะย้อนกลับไปมองว่า ณ วันนี้ของปีที่แล้ว เราทำอะไรอยู่นะ แล้วของสองปีที่แล้ว สามปีที่แล้วล่ะ.. ตัวเราเองเติบโตขึ้นบ้างรึเปล่า Christmas ปีนี้ต่างกับทุกปีนิดหน่อย ตรงที่ฉลองเยอะเหลือเกิน เริ่มจากวันที่ 23 ตอนเย็นก็ไป Christmas Party กับครอบครัวจุนซัง ร้องเกะ เล่นบิงโก กินไก่ทอดและพิซซ่ากับเด็ก ๆ.. วันที่ 24 วันอีฟ วันนี้มีเซมิถึงเย็น แต่ด้วยความที่เราถือคติว่า วันอีฟถ้าไม่ได้อยู่กับแฟน ก็ต้องกินไก่ทอดและดูหนังสิ หุหุ.. ก็เลยนัดกับเพื่อน ๆ ในหอมากินไก่ทอด และก็กินเค้ก และดูหนังนิดหน่อย สนุกดี ๆ กินเยอะมาก ๆ ด้วย ที่สำคัญ มันเป็นไก่ทอดเจ้าเดิมวันที่สอง (KFC) วันที่ 25 มีเรียนค่ะ เหอ ๆ .. ที่นี่คือประเทศญี่ปุ่น และมหาลัยนี้คือโทได ไม่มีทางหยุดอะไรกับเทศกาลแบบนี้อยู่แล้ว ยกเว้นแต่จะโดนบังคับ (รู้สึกเหมือนตอนเรียนอยู่เอแบค ที่มี quiz ในวันพ่อประจำ แต่ว่า Christmas เอแบคยังไงก็หยุดนะ) แล็บเราวันนี้มี Rinko (Discussion class) ตั้งแต่ 10 โมงเช้า.. ถึงเกือบ ๆ บ่ายโมง ตอนบ่ายก็มาเตรียมงานคริสมาสกัน เพราะว่าความเอาแต่ใจของเราไปบ่นเช้าบ่นเย็นที่แล็บว่า วันคริสมาสก็ยังมีเรียนอีก.. ควรจะได้ฉลองกันสิ บลา ๆ ทุกคนก็คงจะเห็นใจ (หรือรำคาญหว่า) ก็เลยจัดปาร์ตี้คริสมาสกัน สนุกดีอะ และแล้ววันนี้ก็กินไก่ KFC เป็นวันที่ 3 ติดต่อกันแล้ว..ตามด้วยคริสมาสเค้ก แต่ก็อร่อยมากมายค่ะ พอจบจากงานที่แล็บก็ไปเดินดู Illumination ที่สถานีโตเกียว ด้วยความที่วันก่อนเห็นมันออกทีวีว่าเคยได้อันดับหนึ่งของโลก เลยอยากไปดูว่าจะเป็นไง.. ผิดหวังอะ ไม่ได้อะไรขนาดนั้น ก็สวยอะนะ แต่ไม่ได้ถึงขนาดที่ตระการตาขนาดนั้นงะ แล้วก็ต่อด้วยเดินเล่นที่ชินจูกุ หมดตังไปกับ UFO Catcher ตามเคย และหลัง ๆ เริ่มฝีมือตก.. ต้องเลิกเล่นให้ได้ จำได้ว่า ปีที่แล้ววันคริสมาสอีฟ เราก็กินไก่ทอดอยู่บ้านนี่นะ หุหุ ไอเดียไก่ทอดนี่ได้มาจากญี่ปุ่นเท่านั้นเลยนะเนี่ย Merry Christmas ค่ะทุกคน November 20 Happy birthday to me - Karaoke - Daikanyama - Sanrio Puroland - Takao sanเพื่อเป็นการฉลองวันเกิดอายุครบ 25 ปีของเรา และพอดีว่าเหมียวจังก็เกิดใกล้ ๆ กันพอดี ก็เหมือนเดิมคือเพื่อน ๆ คนไทยไปร้องเพลงกันที่ร้านคาราโอเกะไทย ซึ่งร้านก็ที่เดิม ส้มหล่น ณ ชินจูกุนั่นเองค่า ร้องกันจนถึงรถไฟเที่ยวสุดท้ายตามเคย และก็สนุกมาก ๆ ทุกครั้ง เค้กคราวนี้ก็อร่อยสุด ๆ เป็นช็อกโกแลตมูส แอบลืมอธิษฐานตอนเป่าเทียนแฮะ พอเที่ยงคืนก็ Happy birthday สินะ วันตรงตื่นเช้า (ก็ไม่เช้ามากเท่าไหร่แฮะ) ก็โทรไปหาพ่อแม่ก่อนอันดับแรก แต่สิ่งที่อยากจะพูดก็ไม่เคยพูดออกมาได้ซักที เพราะโดนมะม้าปะป๊าแย่งอวยพรก่อนยืดยาว - - สุขสันต์วันเกิดนะลูกรัก - - การ์ดใบนี้ เห็นแค่ซองก็น้ำตาแทบจะไหล ไม่ว่าจะไปเรียนไกล หรือจะอยู่นานแค่ไหน ช่วงเวลาแบบนี้สินะที่คิดถึงเหลือเกิน..
วันอาทิตย์ ไป Sanrio Puroland กับพวกครอบครัวของจุน เพื่อนปะป๊า สาวน้อยญี่ปุ่นสองคนน่ารักเกินห้ามใจ อยู่ด้วยแล้วรู้สึกดีตลอดเวลา สวนสนุกก็น่ารักมาก ๆ อะ เต็มไปด้วยคาแรกเตอร์ที่ชอบ และตัวเก่า ๆ ที่เมื่อก่อนเคยชอบ บางตัวก็จำชื่อได้ บางตัวก็จำชื่อไม่ได้แล้ว ตอนเย็นก็ต่อด้วยเนื้อย่างตามสไตล์จุนเค้าละ เสียดายวันนี้อยู่ดึกไม่ได้ เพราะพรุ่งนี้ก็มีต่อค่า..
วันจันทร์ cancel นัดกับป้า FACE (โปรแกรมอาสาสมัครคนญี่ปุ่นมาสอนภาษาญี่ปุ่น นศ. ต่างชาติในโทได) เพราะว่าจะไปถ่ายรูปใบไม้แดง (จุดประสงค์หลักคือไปถ่ายรูป) ที่ Takao san กัน..
PS: entry นี้พักเรื่องเรียนไว้ก่อนละกัน ไว้คราวหน้า ๆ October 22 toki no ashioto時の足音 別れの季節に揺れる 儚き一輪花 同じ温もりの風を 誰もが探して歩いてる 出会いは空に流れる おぼろ雲の下で 重なり合う時計の針のように ゆっくりと ゆっくりと ゆっくりと 回りはじめる 短い針が君なら 長い針が僕で 同じ時間を刻みながら 何度もすれ違いまた出会い 歩く歩幅は違っても 描く未来が同じなら 大丈夫また同じ場所から 始められるから 頑張ったけどだめだったね 負けちゃったけどかっこよかったね 色んな種をもらった 言葉が心に水をやる 短い春に咲く夢 長い冬を越えて 心の奥に集めた種は どんな光で育つのだろう 歩道の陰に咲く花 誰のためにあるのだろう 誰のためでもないよと輝く 君に照らされてる 想いが言葉に変わるよ 言葉が光を呼んでる 光がほら影を作る 影で人は強くなれる 強さが優しさに変わる 優しさが出会いを呼んでる 出会いが道を作る この道にまた想いを刻む 短い針が止まれば 長い針も止まる 同じ痛みを分け合える事 いつしか喜びに変わるから 誰もが一人一つ一瞬一秒一度きり 巻き戻せない時を ためらわず生きてゆける そんな出会いを探してる 一人 一つ 一瞬 一秒 一度きり 出会えてよかった เรื่องที่หนึ่ง - ยุ่งแบบถึงขีดสุด แต่ว่าก็อยากอัพเพลงนี้มานานมาก ๆ แล้วค่ะ ฟังครั้งแรกในคาราโอเกะที่ไปกับเพื่อนคนไทยในคณะ เสียดายที่ตัวเองความสามารถน้อย แปลออกมาได้ไม่ค่อยเพราะ.. แต่หลัก ๆ ของเพลงนี้ความหมายดีมากๆ ถ้ายังไงลองฟังกันดูนะคะ เรื่องที่สอง - สะสม sticker rirakkuma ได้ครบ 20 แต้มแล้วค่ะ เอาไปแลกชามที่ LAWSONS ได้ ดีจายๆ ไม่รอช้า ถ่ายรูปมาอวดทันที (รูปนี้ใช้เลนส์ CANON Fix F1.8 50mm ถ่ายค่ะ คุณภาพต่างชัดเจนกับ TAMRON 2.8 ตลอดช่วงจิงๆ.. ภาพนี้ไม่มีการปรับแสงใดๆทั้งสิ้นด้วยละ)
เรื่องที่สาม - วันก่อนไปคุยกับ FACE มา (ที่เรียกว่า FACE เพราะว่าเป็นป้าคนญี่ปุ่นที่อาสาสมัครมาช่วยสอนภาษาญี่ปุ่นให้นร.ต่างชาติในโทได เป็นชื่อโปรแกรมน่ะ) เค้าให้อะไรดีๆมาอย่างนึง.. เค้าบอกว่าลูกชายพึ่งมีแฟน และก็กำลังวางแผนจะแต่งงานกัน พอถามว่าทำไมถึงได้อยากอยู่กับผู้หญิงคนนี้ เค้าก็ให้เหตุผลมาว่า.. たくさん話しても疲れない ไม่ว่าจะคุยด้วยมากแค่ไหน ก็ไม่รู้สึกเหนื่อย.. ถึงแม้จะเป็นเรื่องพื้น ๆ แต่ว่ามันก็เป็นเหตุผลที่น่ารักดีนะ.. อิอิ ชอบๆ October 16 Around the ordinary thingเวลาที่กลับบ้านจากมหาลัย เนื่องจากว่าเราต้องไปเปลี่ยนรถไฟที่ shimo kitazawa ก็เลยมักจะต้องเดินผ่านป้ายโฆษณามากมายเสมอ.. เมื่อเดือนที่แล้ว เห็นลงข่าวเกี่ยวกับประเทศไทยนิดหน่อย ชื่อประเทศขึ้นหราเลย.. ก็นะ ไม่ค่อยแปลกใจ แต่พักไว้ก่อน พอดีว่าไปเจอโฆษณาที่แปลกดี เลยถ่ายรูปมาแชร์กันค่ะ
ป้ายโฆษณานี้เป็นของ อาซาฮี ชิมบุง หรือ หนังสือพิมพ์อาซาฮีน่ะเอง ที่มันน่ารักก็คือมีหนังสือพิมพ์อาซาฮีฉบับมินิติดอยู่ ให้คนหยิบไปอ่านได้ สังเกตุได้ว่าทุกคนที่เดินผ่านก็จะสนใจและเดินมาหยิบกัน.. ในหนังสือพิมพ์มินิก็เป็นไซส์ A4 มีประมาณ 3-4 แผ่น สรุปข่าวที่สำคัญๆ ในหัวข้อที่จะมีผลกระทบต่อชีวิตคนญี่ปุ่น เช่น การศึกษา การแพทย์ ต่างๆ เป็นต้น แต่ว่าข่าวที่ลงก็ไม่ได้อัพเดทเท่าไหร่ แค่ถึงเดือน พค. ปีนี้เท่านั้น จะเอาไรมากมายเนอะของฟรี.. แล้ววันก่อนก็ไปจับตุ๊กตา หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า UFO Catcher มาอีกแล้ว อิอิ ได้มาสองตัว น่ารักดีอะ จับตุ๊กตาแก้เครียด..
บรรยากาศรอบ ๆ หอ พอดีว่าวันออกกำลังแห่งชาติ อากาศดีม๊ากมาก หลังจากฝนตกชุ่มโตเกียวมาหลายวัน เลยไปเดินเล่นแล้วถ่ายรูปเก็บไว้ซะหน่อย.. แค่เห็นฟ้าที่เป็นสีฟ้าครามก็ยิ้มออกแล้ว ไม่ว่าจะง่วงแค่ไหน.. อากาศดีจังน้า
สุดท้าย.. หนังสือที่พึ่งไปซื้อมาวันก่อนค่ะ ปกน่ารักมาก เนื้อในก็น่ารัก ชื่อว่า 愛と元気をあなたに ประมาณว่าจะมอบความรักและความเข้มแข็งแด่เธอ ทำไมแปลเป็นไทยแล้วฟังดูลาว ๆ หว่า.. เอาเหอะ หนังสือน่ารักเป็นพอ อิอิ จะเริ่มอ่านก่อนนอนแทนการ์ตูนภาษาไทยซะทีดีกว่า.. ถึงแม้ว่าจะยุ่งมากมาย แต่ว่าก็ยิ้มให้กับเรื่องเล็ก ๆ รอบตัวได้ทุกวัน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ ชีวิต P.S. ท้องฟ้าที่ถ่ายจากบนเครื่อง แบบไร้การตกแต่งสีใดๆทั้งสิ้นค่ะ September 28 Happiness is back hereตอนนี้อยู่เมืองไทยแล้วค่ะ พึ่งกลับมาได้ประมาณ 4 วัน แต่เหมือนกลับมาแล้วประมาณ 4 เดือน เจอเพื่อนไป 5 กลุ่ม กินหนักทุกมื้อ กรี๊ด อ้วนขึ้นสุดๆแหงๆ เมื่อวานตอนขับรถไปหัวหมากเพื่อไปกินกับคอม 22 ที่ร้านพี่นกเล็ก Aftermoon เออโปรโมทซะเลย ร้านนี้ข้าวอร่อยมากมาย แต่งร้านน่ารักมากๆด้วย ก็นึกอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง เลยอยากจะมาเขียนลงบล้อก ความสุขของคนเราอะ มันอยู่ที่ไหนกันนะ คนหลายคนพยายามแสวงหาความสุขกันเหลือเกิน ตามหาไปสุดหล้าฟ้าเขียว เค้าเจอกันรึเปล่า บางคนก็บอกว่า ขอแค่มีเงินเยอะๆ สุขเวลาเห็นตัวเลขในบัญชีเพิ่ม ความสุขของคนเราแตกต่างกันออกไป น่าเสียดายที่คนบางคนหาความสุขไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะไม่เคยพอใจกับอะไรเลย ในขณะที่คนบางคนที่มีไม่เยอะ แต่ว่ามองอะไรก็มีความสุขไปหมด กลับมาคราวนี้ เราก็พบความสุขเล็ก ๆ ของเรา เหมือนทุกที ความสุขที่ไม่ต้องไปหาที่ไหน ไม่ต้องทำงานใช้เงินซื้อ ไม่ต้องตั้งใจทำแล็บเพื่อให้ได้มันมา เป็นความสุขที่ยั่งยืน ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ได้มันมา หรือไม่ว่าเราจะเปลี่ยนไปแค่ไหน มันก็จะยังคงอยู่ตลอดไป ความสุขที่ได้อยู่กับครอบครัว เห็นรอยยิ้มของพ่อแม่แค่นั้นก็มีความสุขสุด ๆ และ ความสุขที่หาไม่ได้จากที่ไหน แต่อยู่ที่นี่เท่านั้น.. ไม่ว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ว่ายังไงมันก็คือบ้านเกิดของเราอยู่ดี September 15 Kiss X2ของเล่นใหม่.. Kiss X2 + Tamron 17-55 F2.8 ตลอดช่วง.. หุหุ.. หลังจากโดนด่าในเซมิแบบเลวร้ายเมื่อวันศุกร์จนแทบจะร้องไห้ ขอให้รางวัลกับชีวิต (ที่สามารถยืนโดนด่าได้เป็นชม.) เหอะนะ ประเดิมกับทงคัตสึช็อตแรก.. และวิวชินจูกุฝั่งตะวันออกยามค่ำคืนค่ะ
ต่อด้วยทดลอง F2.8 แบบซูม.. กับโค้กใน jihanki (自動販売機 jidouhanbaiki : ตู้ขายของอัตโนมัติ) ที่ cafeteria ในหอ ทั้งคุณภาพรูป สี ความละเอียด มันแตกต่างกันมากมายจริงๆ อ้อ รูปทุกรูปในนี้ลงแบบไม่ได้ปรับอะไรทั้งสิ้นนะคะ เพียวๆจากกล้อง แค่รีไซส์อย่างเดียว หุหุ September 07 ต่อจากเช้าที่ไม่สดใสต่อจากเช้าที่ไม่สดใส.. ไปเที่ยวบ้าน นาโอะจัง กับ ริกะจัง มา จริงๆก็คือบ้านของเพื่อนพ่อที่เป็นคนญี่ปุ่นที่นี่น่ะแหละ ลูกสาวโตๆกันแล้ว (คือ 5 กับ 10 ขวบ..) น่ารักมากมาย สามปีที่แล้วมาเรียนที่นี่ ริกะยังพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง พึ่งเริ่มเดินนิดหน่อยเอง เล่นเครื่อง Wii กันสี่คน กับสาวน้อยสองคน และ คุณแม่เค้า สนุกสนาน แต่ว่าเกมมาริโอคาร์ทแอบยากมากๆ ไม่เข้าใจเด็กสมัยนี้เล่นกันได้ไง .. หรือว่าเราแก่เกินไปแล้วนะเลยเล่นเกมของเด็กๆไม่ได้ ฮ่าๆ.. แต่ติดใจ Wii Sport โยนโบลิ่ง (เพราะเป็นเกมเดียวที่เราชนะ..) และก็ตีเทนนิสก็สนุกมากมาย เข้าใจเลยว่าทำไมเครื่องนี้มันฮิตกันจัง.. อยากได้เหมือนกันนะ แต่ว่าเล่นคนเดียวคงจะเหงาน่าดู เดี๋ยวจะยิ่งเหงาทวีคูณ อิอิ เครื่อง Wii ไฮโซตรงที่ (อ๊ะ จะเขียน Wii Review ตอนนี้เนี่ยนะ เครื่องมันออกมาตั้งเป็นชาติแล้ว) มันจะเก็บข้อมูลผู้เล่นเป็นหน้าตาคน และเดินไปเดินมา ไม่ว่าจะเล่นเกมอะไรก็เลือกชื่อผู้เล่นนี้ และหน้าคน (ของเราที่เราเลือก) ไว้ออกมาได้เลย เหมือนอยู่ในนั้นจริงๆ.. เกมสำหรับเด็กๆที่เหมือนจะมากับตัวเครื่องก็เช่น ใช้จอยสติ๊ก (ซึ่งเคลื่อนไหวตามที่มือเราขยับ เหมือนเม้าส์) หาตัวคนที่หน้าเหมือนกันเดินกันยั้วเยี้ย หรือว่าพวกเกมยิงนก ซึ่งก็จะมีทั้งเป้าต่างๆออกมา บางทีก็มีหน้าเราออกมาถ้าเรายิงโดนหน้าตัวเองก็เสียแต้ม น่ารักมากๆ สนุกมากเลยอะ แต่มันเป็นเกมกิจกรรมในครอบครัวจริงๆ ถ้ามีลูกค่อยซื้อให้ลูกเล่น (ป่านนั้น เครื่องนี้คงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของเก่าไปแล้ว) แล้วสี่สาว (เรา นาโอะจัง ริกะจัง คุณแม่ของสองสาว) กับหนึ่งหนุ่ม (ปะป๊าสองสาว) ก็ไปกินซูชิอร่อยมากๆ ใจกลางกรุงโตเกียว เขตที่โคตรจะแพง ขนาดว่าแมนชั่นเค้าใช้ชื่อว่า The Center สูง 38 ชั้นที่มองออกไปเห็นหมด ชิบุยะ ชินจูกุ อิเคะ.. ไฮโซวมากมาย และก็ต่อด้วยคาราโอเกะ แน่นอน ที่เดิม Darts Bar ที่สนิทกับเจ้าของเลยเปิดห้อง V.I.P ให้เด็กๆร้องเพลงเด็กๆกันสนุกสนานถึงเที่ยงคืน.. กรำ.. สอนเด็กให้เที่ยวกลางคืนตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ปะป้าเด็กทั้งคู่บอกว่า นาโอะจังคุยกะเราเยอะมากทั้งๆที่ปกติไม่ได้เป็นคนพูดมากขนาดนี้ สงสัยเพราะพูดภาษาเดียวกัน... (เอ๊ะหมายความว่าเราอายุสมองเท่ากับเด็กสิบขวบรึเปล่านะ??) ฮ่าๆ.. ประมาณว่า speech pace เดียวกันละมั้ง.. และแล้ว เช้าของวันที่ตื่นมาแล้วไม่สดใส ก็เปลี่ยนเป็นค่ำคืนที่แสนจะมีความสุขของเรา.. September 06 เช้าที่ไม่สดใสเช้านี้ตื่นมาไม่สดใส แสบตาไปหมด อาจจะเป็นเพราะว่าเมื่อคืนนอนดึกมาก ๆ นอนก็นอนไม่พอละมั้ง แต่ต่อให้ไม่สดใสก็ยังเปรี้ยวจะอัพบล้อก เล่นเน็ท อ่านโน่นอ่านนี่ไปเรื่อยๆ แทนที่จะล้มตัวลงนอนต่อ ทำให้ความเหนื่อยยิ่งสะสม.. ทำตัวเองจริงๆเลยเรา สรุปแล้ววันนี้ทั้งวันก็ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันอีกแล้ว นั่งเหงาได้เรื่อยเปื่อย บ้าจริง ๆ |
|
|